ี๋หรานไปต้อย ๆ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเย่อวี๋หรานผละมาจากแผงขายของของครอบครัว ด้านหลังก็มีเด็กเล็กสอง เด็กโตหนึ่ง เดินตามหลังมาราวกับหางเล็ก ๆ สามพวง
“ไม่ไปกับแม่พวกเจ้ารึ ตามข้ามาทำไม?” เย่อวี๋หรานออกจะจนใจ
คงเป็นเพราะนางไม่ดุแล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้เด็กน้อยพวกนี้จึงไม่กลัวนางมากขึ้นแล้ว
ต้าเป่ากะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ข้าชอบท่านย่าขอรับ”
เอ้อร์เป่าก็กะพริบตา “ข้าก็ชอบท่านย่าขอรับ”
จูชีมองเด็กน้อยทั้งสอง แล้วเลียนแบบประโยคนั้นช้าไปครึ่งจังหวะ “ข้าก็ชอบท่านแม่ขอรับ”
อย่างน้อย เขายังไม่ทึ่มจนถึงขั้นเรียกแม่ตนเองว่า ‘ท่านย่า’ ตามต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
“อยากซื้ออะไร?” เย่อวี๋หรานถาม
ทั้งสามคนส่ายศีรษะ “เปล่าขอรับ ท่านย่า พวกข้าไม่มีของที่อยากซื้อ”
“พวกข้าไม่ได้ตามท่านย่ามาเพราะอยากซื้อของ แต่พวกข้าชอบท่านย่าจริง ๆ นะขอรับ”
“ท่านย่า ให้พวกข้าไปกับท่านเถอะ”
……
งานวัดมีคนมาก เย่อวี๋หรานกลัวว่าจะพลัดกันกับพวกเขา จึงได้แต่ใช้มือข้างหนึ่งจูงเด็กคนหนึ่ง
ส่วนจูชี อย่างไรเขาก็โตแล้ว จึงให้เขายืนอยู่อีกด้านหนึ่งแล้วจูงมือต้าเป่า
“ต้าเป่า จับมืออาเล็กของเจ้าให้แน่น อย่าทำคนหายล่ะ”
“ขอรับ ท่านย่า”
“เจ้าเจ็ด ประเดี๋ยวถ้าเดินพลัดกัน ให้กลับไปหาพี่สะใภ้สี่ของเจ้าที่แผงขายของ เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับ ท่านแม่”
แม้จะมีภาพเกี่ยวกับงานวัดอยู่ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แต่การระลึกจากในความทรงจำของคนอื่นกับการมาสัมผ