ัสสถานที่จริงด้วยตนเองนั้นเป็นคนละเรื่อง
ความทรงจำเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก มันมักจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ดูงดงามขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้สิ่งที่ ‘ไม่สำคัญ’ เปลี่ยนเป็นเลือนรางไม่ชัดเจน
ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของร่างเดิมไม่มีทางจำได้ว่าในงานวัดมีพืชที่ไม่รู้จักชนิดใดบ้าง ความสนใจของนางจะพุ่งไปที่สิ่งของที่มีสีสันสดใสหรือของมีราคาเท่านั้น
“ท่านย่า ท่านดูสิขอรับ ตรงนั้นมีถังหูลู่ด้วย!”
เย่อวี๋หรานกำลังมองเสียเพลิน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าร้องอย่างตื่นเต้นยินดีขึ้นมา
นางหันไปมองก็เห็นว่าบริเวณที่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวมีคนขายถังหูลู่อยู่ด้วย
“พวกเจ้าบอกว่าไม่มีของที่อยากซื้อไม่ใช่หรือ?” เย่อวี๋หรานมองเด็กน้อยทั้งสองด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแอบร้อนตัว พวกเขาพูดได้หรือว่าถ้าตามท่านย่า ท่านย่าอาจซื้อของให้พวกเขาคนละไม้ แต่ถ้าตามท่านพ่อท่านแม่ พวกเขาก็คงได้ไม้เดียวมาแบ่งกันกินกับอาเล็กแล้ว
“โกหกไม่ใช่เด็กดี”
“เปล่านะขอรับ ท่านย่า ตอนแรกพวกข้าไม่ได้อยากซื้อถังหูลู่ แต่พอมาเห็นของจริงเข้าถึงได้อยากกินขึ้นมา” ต้าเป่าแก้ตัว
เอ้อร์เป่าพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ “ใช่แล้วขอรับ เป็นเช่นนี้เอง”
“ท่านแม่ ข้าก็อยากกินขอรับ” เมื่อเทียบกับสมัยก่อน จูชีก็ใจกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว
“ได้ แต่ซื้อได้แค่ไม้เดียวเท่านั้น”
“หา ไม้เดียว?!” ต้าเป่ารู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ “ท่านย่า พวกข้ามีสามคนนะ