เสียงพลางถอดกรูด แล้วไปสะดุดหินก้อนหนึ่งจนล้มก้นจ้ำเบ้า
เย่อวี๋หรานฟาดท่อนไม้ตามลงมาหยุดอยู่เหนือหน้าผากอีกฝ่าย “ถ้าพูดเหลวไหลอีก ข้าจะตีหัวเจ้าให้เละ”
หญิงปากสว่างขวัญผวา พลันร้องไห้โฮขึ้นมา คร่ำครวญเสียงแหลมดุจผีร้องหมาหอน
แม้ทั้งสองเรือนจะตั้งห่างกันพอสมควร แต่เสียงดังขนาดนี้ จูหย่งหนิงย่อมได้ยิน นอกจากนี้ ตอนที่หญิงปากสว่างจะออกมายังทะเลาะกับเขาไปยกหนึ่ง ปากพูดว่าใครสักคนต้องได้เห็นดีกันแน่
เขารีบตามมาก็เห็นว่าประตูเรือนของผู้อื่นถูกทำลาย แล้วมองไปทางหญิงปากสว่างที่นั่งอยู่บนพื้น อับอายจนยากจะทานทน
“หญิงปากสว่าง เจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่? มาอาละวาดอยู่ในเรือนคนอื่นทำไม? เจ้าลุกขึ้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ กลับเรือน” เขาฉุดหญิงปากสว่างให้ลุกขึ้น ต้องการจะพาคนจากไปให้ไว
“ข้าไม่ไป ข้าจะไปทำไม? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ล่อลวงเจ้า เจ้าถึงได้อยากจะปลดข้า ตีให้ตายข้าก็ไม่กลับ ครอบครัวพวกเจ้าคิดอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้? ก็เพราะเห็นว่าครอบครัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มั่งมีขึ้นมาแล้ว อยากได้ของของผู้อื่น รังเกียจที่ข้าเป็นตัวขัดแข้งขัดขา อยากให้ข้าตาย จะได้ไม่ไปขวางทางผู้อื่นอย่างไรเล่า?” หญิงปากสว่างด่าจูหย่งหนิงโดยไม่ไว้หน้า
ด่าว่าเขาไร้ยางอาย เห็นว่าครอบครัวผู้อื่นอยู่ดีกินดีก็อยากได้สิ่งของของคนอื่นเขา
ทั้งแม่สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ล้วนก็ด่ากราดนางไปเสียทุกราย ทำราวกับคนทั้งโลกล้วนผิดต่อนาง
ในขณะที่เว