ญ่แล้วเจ้าจะปิดบังทำไม? เจ้าจะพูดเองหรือจะให้ข้าไปเชิญหมอมา?”
“ท่านแม่ไม่ต้องเรียกหมอหรอกเจ้าค่ะ” หลินซื่อรีบเงยหน้าขอร้อง “ถ้าท่านเรียกหมอ ข้าต้องจบสิ้นแน่ จบสิ้นจริง ๆ เจ้าค่ะ…”
พูดไปก็น้ำตาไหลไป
เย่อวี๋หรานสับสนมึนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ถ้าป่วยก็เชิญหมอมาดูอาการเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ? ถึงจะเป็นโรคทางนรีเวชก็ไม่อาจเลี่ยงการรักษาได้
ในขณะที่นางกำลังจะให้ความรู้ทางการแพทย์กับหลิวซื่อสักหน่อย หลิ่วซื่อก็รวบรวมความกล้าพูดออกมาเสียงเบา “ท่านแม่เจ้าคะ”
“เจ้ารู้อะไรหรือ?” เย่อวี๋หรานหันกลับมาเห็นหลิ่วซื่อถอยหลังกลับไป
“พี่สะใภ้ใหญ่ ถ้าท่านรู้ท่านก็พูดออกมาเถอะเจ้าค่ะ ยิ่งปิดบังไว้ท่านแม่ไม่รู้อะไรก็จะยิ่งร้อนใจ” ถึงอย่างไรหลินซื่อยังค่อนข้างอายุน้อย แต่งเข้ามาไม่ถึงหนึ่งปียังไม่ถึงเวลาที่ต้องเร่งเรื่องมีลูก เป็นธรรมดาที่จะยังเดาไม่ออกว่าสรุปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสะใภ้รอง
นางยังกังวลอยู่ว่าหรือพี่สะใภ้รองป่วยเป็นอะไรแล้วกลัวว่าบ้านสามีจะทอดทิ้ง จึงไม่กล้าบอกท่านแม่?
แต่ครั้งก่อนที่เจ้าเจ็ดถูกสุนัขกัดทำให้บาดเจ็บหนักจนถึงตอนนี้ก็ยังต้องกินยาอยู่ ท่านแม่ก็ยังไม่ทอดทิ้งเขา นางรู้สึกว่าพี่สะใภ้รองกังวลมากเกินไป
ในใจหลิ่วซื่อตึงเครียดเป็นอย่างมาก แม้ว่านางจะพอเดาได้แต่ก็ยังไม่แน่ใจมากนัก “น้องรอง ยาที่เจ้ากินเป็นยาที่ใช้เพื่อเตรียมตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?”
หลิวซื่อก้มหน้ามากกว่าเดิ