นวันรุ่งขึ้น
“ท่านแม่ ท่านดูอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?” หลี่ซื่อออกมากี่รอบก็เห็นแม่สามียืนอยู่ในลานเรือน ไม่รู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่
“รอคน”
“วันนี้เป็นวันส่งท้ายปี ใครจะมาหรือเจ้าคะ?” หลี่ซื่องุนงง
“ถ้าไม่มีคนมา แสดงว่าเกิดเรื่องแล้ว”
หลี่ซื่อมีสีหน้าสงสัย
“เจ้าไปทำงานของเจ้าต่อเถอะ” เย่อวี๋หรานไล่นางไปทำอย่างอื่น
แต่หลี่ซื่อเป็นคนช่างจ้อเพียงนั้นจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร พอไปถึงห้องครัวก็สอบถามกับสะใภ้คนอื่น ๆ
หลิ่วซื่อไม่ได้พูดอะไร แต่หลิวซื่อกลับเปรยขึ้นมา “ยังจะรออะไรได้อีก ก็รอคนสกุลหลินมาน่ะสิ วันนี้จะข้ามปีแล้ว ถ้าทางนั้นยังไม่ส่งคนมารับ ซานเม่ยกับซื่อเม่ยแย่แน่”
หลี่ซื่อจึงนึกขึ้นได้ทันที “ไอ้หยา หากเจ้าไม่พูด ข้าคงนึกว่าเด็กสองคนนั้นเป็นคนครอบครัวเดียวกันกับพวกเราแล้ว จริงด้วย จะข้ามปีอยู่แล้ว ทำไมทางนั้นยังไม่ส่งคนมารับอีก? พ่อพวกนางจะไม่สนใจเกินไปหน่อยหรือไม่?”
หลินซื่ออุ้มโถใบหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าปั้นยาก
“เอ่อ น้องสะใภ้ห้า มีอะไรหรือ เจ้าอุ้มอะไรเข้ามา?” หลี่ซื่อรู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินคำพูดของตัวเองแล้วก็รู้สึกประดักประเดิด จึงจงใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” หลินซื่ออารมณ์ไม่ดีจึงไม่สนใจอีกฝ่าย
จะข้ามปีอยู่แล้ว แต่ที่บ้านกลับยังไม่ส่งคนมารับ นางยังจะไม่รู้ความหนักเบาของเรื่องนี้อีก
หรือ?
คนอื่นจะร้อนใจไปก็ไร้ประโยชน์ แต่หลินซื่อคิดไม่ถึงเลยว่าบิดามารดาของนางจะใช้การไม่ได