งว่าอาจนำไปสู่ปัญหาได้
ปีใหม่ของยุคสมัยนี้กับปีใหม่ที่เย่อวี๋หรานเคยมีประสบการณ์มาก่อนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เมื่อลองมาคิดดู ชีวิตที่แล้วของนางนั้นล้วนมีครบครัน ช่วงข้ามปีแม้แต่ชุดใหม่ยังคร้านจะซื้อ บรรดา ‘ไก่ เป็ด ปลา หมู’ ทำแล้วก็ไม่มีใครกิน ยังไม่สู้ทำเกี๊ยว กินเนื้อตุ๋น นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์เฝ้าคืนข้ามปี
เทศกาลปีใหม่ก็ผ่านไปทั้งอย่างนี้
ทว่าที่นี่ไม่เหมือนกัน นับแต่เตรียมของสำหรับวันข้ามปีจนถึงการทำความสะอาดใหญ่ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนเดือนเลยทีเดียว
แม้ว่าครอบครัวไม่มั่งมี ไก่เป็ดปลาหมูที่สามารถเตรียมได้ก็จะพยายามเตรียมไว้ให้ครบ หลังเชือดแล้วก็โปรยเกลือลงไปหมักไว้แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง
จากนั้นก็เป็นผักเค็มและผักดอง
และเพราะมีเย่อวี๋หราน ครอบครัวสกุลจูจึงมีของอีกอย่างเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือเนื้อตากแห้ง ทั้งเนื้อหมูและไส้กรอกล้วนถูกนางสั่งการให้แขวนไว้หน้าเตา โดยใช้ควันจากเตารมเอาไว้
ดีที่สุดคือใช้เชื้อเพลิงเป็นของจำพวกเปลือกส้ม เปลือกส้มโอ หรือกากส้ม แต่เนื่องจากไม่มีของเหล่านี้ เย่อวี๋หรานจึงใช้ตัวเลือกรองลงมาคือกิ่งสน แล้วนำไปผสมกับเปลือกแตงที่คนในเรือนกินเหลือ เท่านี้ก็นับว่าพอถูไถไปได้
“ท่านแม่ แป๊บเดียวก็ดำหมดแล้ว ยังกินได้อยู่หรือเจ้าคะ?” ตอนเที่ยง ระหว่างกำลังทำอาหารกันอยู่ หลินซื่อมองเนื้อแห้งที่เริ่มมีสีดำขึ้นมาแล้วก็ค่อนข้างไม่สบายใจ
สกปรกแบบนี้ ยังไม่สู้เอาไปแขวนคานเรือนผึ่งล