ดคุยกับคนอื่น ๆ ตามแผงขายหมูอยู่แล้ว
เขาไม่รู้หรอกว่ามีกฎระเบียบอะไรบ้าง แต่เห็นว่าจูต้าเหนียงเคยทำงานในบ้านสกุลใหญ่มาก่อน เขาก็ไม่อาจทำตัวเหมือนตาสีตาสาไม่รู้เรื่องรู้ราว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคล้อยตามคำพูดของอีกฝ่าย และต่อบทสนทนากลับไปเช่นนี้
คนขายเนื้อแซ่หลี่จำเนื้อหาที่ชัดเจนไม่ได้แล้ว แต่เนื้อหาคร่าว ๆ น่าจะประมาณนี้ แล้วก็คงไม่มีใครไปตรวจสอบความถูกต้องอยู่แล้ว เขาจึงพูดเสียเป็นจริงเป็นจัง
เย่อวี๋หรานแจกจ่ายอาหารให้ทุกคน พลางยกกฎระเบียบเล็ก ๆ น้อย ๆ ของบ้านสกุลใหญ่จากในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาพูดเสริมบรรยากาศสร้างความขบขัน
บรรยากาศค่อย ๆ ดีขึ้นมาตามลำดับ จูต้า จูเอ้อร์ จูซาน จูซื่อ และจูอู่จึงเงยหน้าขึ้นมาได้ และพูดขึ้นมาหลายประโยค
“ท่านแม่ เจ้านี่คืออะไรขอรับ มีกลิ่นหอมแปลก ๆ” จูซื่อจ้องเนื้อชิ้นใหญ่ในถ้วยตนเอง อยากกัดกินสักคำจนใจจะขาด
“หมูตุ๋นน้ำแดง” เย่อวี๋หรานยิ้ม “ทำจากสูตรลับที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเชียวนะ ทุกคนได้คนละสองชิ้น ประเดี๋ยวเจ้าก็ค่อย ๆ กิน”
“ไม่นะ ในถ้วยข้ามีอยู่หกชิ้น” จูซื่อนับดูแล้ว เขานับไม่ผิดแน่นอน มันมีส่วนเกินมาด้วย
“ที่เหลือคือหัวไชเท้า” เย่อวี๋หรานกล่าว “ข้ากลัวว่าเนื้อมันเกินไปแล้วพวกเจ้าจะเลี่ยนเอา จึงใส่หัวไชเท้าลงไปด้วยเพื่อแก้เลี่ยน พอหัวไชเท้าผสมกับน้ำแดงของหมูตุ๋นแล้วอร่อยอย่าบอกใครเชียวล่ะ รับประกันได้ว่ากินแล้วจะไม่ลืมรสชาตินี้ไปตลอดชีวิตเ