ว่าดินจะถูกชะล้าง ดังนั้นต้องใช้น้ำพรำ ๆ เหมือนละอองฝน พวกเจ้าลองคิดดูว่าทั้งที่ไม่มีใครไปรดน้ำให้พืชบนภูเขา แล้วทำไมพวกมันถึงเติบโตได้ดีขนาดนั้น ก็เป็นเพราะฝนตกลงมาจากสวรรค์” เย่อวี๋หรานยังคงพูดต่อ “การปลูกพืชก็เหมือนความรู้จากสวรรค์ มันมีความเป็นมาอย่างไรพวกเราก็ทำไปตามนั้น”
ประโยคนี้จูเหล่าโถวและคนอื่น ๆ เห็นด้วยเป็นอย่างมาก
จะมีคนทำไร่ทำนาที่ไหนไม่กินข้าวโดยมองดูสวรรค์เบื้องบน? การรดน้ำด้วยวิธีนี้แม้จะช้าสักหน่อยแต่ก็เหมือนฝนจากสวรรค์จริง ๆ
วันที่สอง เมื่อพวกผู้ชายสกุลจูมาเห็นก็ประหลาดใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ รีบมาดูเร็วขอรับ เมล็ดพวกนี้งอกแล้ว มาดูเร็วขอรับ มันงอกออกมาแล้ว…”
จูเหล่าโถวเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมเร็วขนาดนี้?! เจ้าทำให้เมล็ดโตก่อนเวลาได้จริง ๆ หรือ?”
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลินซื่อ รวมทั้งจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยที่ไม่ได้ทำไร่ก็ล้วนมาดูอย่างสนุกสนาน
เย่อวี๋หรานเหล่มองและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่ามันโตก่อนเวลา พวกเจ้าคงลืมไปแล้วว่าตอนที่ข้าให้เจ้าปลูกพวกมัน เมล็ดก็งอกออกมาแล้ว แต่พวกมันเพิ่งจะมาแตกหน่อในดินตอนนี้”
“อา ท่านแม่ ทำไมต้นนี้ถึงโตแล้วล่ะเจ้าคะ?” จูปาเม่ยชี้ไปยังจุดที่มีหน่อเล็ก ๆ โดยเทียบกับต้นข้าง ๆ แล้วถามออกมาอย่างสงสัย
จูปาเม่ยพูดต่อ “ไม่ใช่ว่าเมล็ดนี้ไม่ดีหรือเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานตอบว่า “ไม่ใช่ไม่ดี แต่เป็นเพราะชนิดต่างกัน ความเร็วในการเ