อต่อการใช้งาน เดิมทีห้องก็ไม่ได้ใหญ่อะไร มีคนยืนอยู่ไม่กี่คนก็ไม่มีที่ให้หยั่งเท้าแล้ว คนสกุลจูจึงต้องยืมม้านั่งมาไม่น้อย สามารถวางไว้ในลานเรือนได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ญาติสนิทของบรรดาลูกสะใภ้และญาติพี่น้องของจูเหล่าโถวเบียดเสียดกันเต็มลานเรือน ครึกครื้นรื่นเริงไม่ธรรมดา
เนื่องจากเป็นวันมงคล เย่อวี๋หรานจึงบอกให้คนในครอบครัวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว และแต่งกายให้เรียบร้อยดูดีสักหน่อย
คนพบพานเรื่องมงคลมักมีอารมณ์เบิกบาน คราวนี้ญาติสนิทมิตรสหายของครอบครัวสกุลจูต่างก็ยกนิ้วโป้งให้ “ไม่เหมือนเดิมแล้ว พอแต่งงานก็ต่างออกไปจริง ๆ”
“ไอ้หยา พ่อหนุ่ม เจ้าเป็นพ่อคนแล้วนะ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว!”
“ยินดีด้วย เจ้าสี่ ปุบปับก็ได้ลูกชายสองคนเชียวนะ”
……
ในกลุ่มคนเหล่านี้ มีทั้งคนที่ยินดีและคนที่เศร้าใจ
พ่อหลิ่วกับแม่หลิ่วเป็นคนซื่อ ๆ เช่นเดียวกับลูกสาว แต่ตอนแรกที่หลิ่วซื่อคลอดลูกชายติดต่อกันสองคนกลับไม่ได้จัดงานเลี้ยงครบเดือนด้วยซ้ำ แต่เมื่อสะใภ้สี่คลอดลูกแฝดกลับได้จัดเสียอย่างนั้น
พวกเขามองลูกสาวที่ได้สวมชุดใหม่เหมือนคนอื่นแต่กลับกุลีกุจอทำงานไม่หยุดก็อดจะเศร้าใจไม่ได้
แม่หลิ่วอยากลุกขึ้นมาหลายครั้งแต่ก็ล้วนถูกพ่อหลิ่วฉุดไว้ นางกระซิบอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าดึงข้าไว้ทำไม?”
“ถ้าข้าไม่ดึงเจ้า เจ้าจะทำอะไร? เจ้าจะไปโวยวายใส่คนสกุลจูงั้นรึ?” พ่อหลิ่วกล่าว
“ใครโวยวาย? ข้าแค่อยาก