ักพักก็บอกนางให้บำรุงร่างกายดี ๆ อยู่เดือนให้นานหน่อย รอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า นางก็จะได้มีชีวิตใหม่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง ขณะจูซานฟังว่าหลังจางเยียนฟื้นขึ้นมาแล้วก็ไม่ได้หลั่งน้ำตาเพื่อลูกคนนี้สักเท่าไหร่ก็ออกจะคับข้องใจอยู่บ้าง
เขาเข้าห้องไปพร้อมกับจูซื่อเพื่อดูซื่อเป่า
ก่อนหน้านี้เขาเพียงฟังเย่อวี๋หรานพูดเท่านั้น แต่ยังไม่ได้เห็นกับตา เมื่อเขาเห็นซื่อเป่าที่นอนอยู่ข้างกันกับซานเป่า ขอบตาก็พลันแดงก่ำ
เพราะเด็กคนนี้เหมือนที่มารดาเขาพูดไว้ไม่มีผิด ช่างน่าสงสารนัก
เขาตัวเล็กกว่าซานเป่ามาก ผิวหนังยับย่น ลมหายใจเบาหวิว ให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมจากไปได้ทุกเมื่อ
ครั้นจูซื่ออุ้มเด็กส่งมาให้เขาลองอุ้มดู เขาก็ทำใจไม่ได้ หันหลังเดินออกไปจากห้องทันที
“ยืนอึ้งอยู่ทำไม รีบตามไปปลอบใจพี่สามของเจ้าสิ” หลี่ซื่อสังเกตเห็นว่าจูซานขอบตาแดงก่ำก็บอกให้จูซื่อวางเด็กลง แล้วรีบตามพี่สามของเขาไป
ทารกที่เพิ่งคลอดออกมาก็ไม่มี ‘บิดามารดา’ เสียแล้ว ได้แต่ให้ท่านอาและอาสะใภ้ทั้งหลายช่วยเลี้ยง
หลี่ซื่ออุ้มทารกที่ดูเหมือนมีเพียงลมหายใจออกไม่มีลมหายใจเข้า จิตใจก็พลันอ่อนยวบ ซานเป่าเอ๋ย อย่าหาว่าข้าไม่รักเจ้าเลยนะ ซื่อเป่าน่าสงสารมากจริง ๆ ข้าได้แต่รักเขามากขึ้นอีกนิดแล้ว
จูซื่อตามออกมาก็เห็นว่าพี่สามของเขาหยุดยืนอยู่ข้างกำแพงและกำลังเช็ดน้ำตาอยู่
เขาเหมือนจะเข้าใจแล้วเดินไปถึงข้างหลังจูซาน ก่อนจะเรียกเสียงเบา “พี่สาม…”
“