ูกสะใภ้ที่เจ้าเช่ามาเล่า? ลูกชายเจ้าตายทั้งคน ทำไมไม่เห็นนางเลย?”
แม่เฒ่าเหมยร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม “นางหนีไปแล้ว นางหนีไปแล้ว ฮือ ๆๆ…นางผลักลูกชายข้า แล้วก็พาหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของข้าหนีไปแล้ว…”
“อะไรนะ?!” คนสกุลเหมยตกใจ ตำหนิว่าทำไมนางไม่รีบพูด จากนั้นก็ยกพวกไปค้นหาจางเยียนเสียให้ทั่ว
พวกเขาหาคนพลางพร่ำบ่นไปด้วย
เรื่องที่ไม่มีประโยชน์แบบนี้ใครจะอยากช่วย? ถ้าไม่ใช่เพราะใช้แซ่เดียวกัน กลัวว่าครอบครัวนี้จะต้องขาดผู้สืบทอดแล้วบรรพบุรุษจะมาคิดบัญชีกับพวกเขา พวกเขาก็คร้านจะยุ่งด้วยแล้ว
จางเยียนหนีไปหมู่บ้านสกุลจูตั้งแต่วันก่อนหน้านี้ ดังนั้นคนสกุลเหมยจึงไม่อาจตามจับนางได้ทัน
หลังพบว่าเสียแรงเปล่ามาทั้งวัน พวกเขาก็โมโหสุดขีด ฉวยอาวุธติดมือแล้วตามไปทวงคนที่หมู่บ้านสกุลจาง
สกุลจางไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว พ่อเฒ่าจางพูดไม่กี่คำก็ปัดเป่าเสียสะอาดสะอ้าน “ข้าส่งคนให้สกุลเหมยพวกเจ้าแล้ว ทั้งยังท้องแล้วด้วย พวกเจ้าไม่มีปัญญาเฝ้าคนเอาไว้ให้ดี จะโทษใครเล่า?”
“อะไรนะ?! อยากให้ข้าคืนหมู?”
“ผายลม! ข้าขายหมูไปนานแล้ว คืนบ้านเจ้าสิ!”
……
สกุลจางไม่ยอมคืนหมู สกุลเหมยหาจางเยียนไม่พบก็ไม่ยอมเสียเปรียบ สองฝ่ายจึงทะเลาะกันขึ้นมา
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านรู้สึกว่ามีปัญหาไม่จบไม่สิ้น ก่อนหน้านี้เพิ่งจะสะสางความขัดแย้งระหว่างพ่อเฒ่าจางกับคนสกุลจู ภายหลังยังมาวิวาทกับคนสกุลเหมย ไฉนจึงมีปัญหาได้ไม่เว้นแ