อกทุกคนว่าตอนนี้ถึงหมายเลขยี่สิบแปดแล้ว พรุ่งนี้คนที่ได้หมายเลขยี่สิบเก้าไปก็สามารถมารับผ้าได้แล้ว ส่วนหมายเลขสามสิบคือวันถัดไป นางทยอยแจ้งวันที่ให้มารับผ้าแก่ทุกคน
แท้จริงแล้วทุกคนล้วนนับเลขไม่เป็น ไม่รู้ว่านางจัดลำดับอย่างไร พวกนางเพียงจดจำหมายเลขของตัวเอง จำว่าใครอยู่หน้าใครอยู่หลัง รวมถึงวันไหนมารับผ้าได้ก็พอแล้ว
พวกนางมองเย่อวี๋หรานที่จัดลำดับได้อย่างเรียบร้อยก็ให้อิจฉายิ่งนัก ถามนางว่าคนในหมู่บ้านมีจำนวนมากขนาดนั้น ไฉนนางจึงยังจำได้ชัดเจน ทั้งยังรู้ว่าใครต้องมารับวันไหน?
“เรื่องนี้ก็คือข้อดีของการร่ำเรียนน่ะสิ ขอเพียงนับเลขเป็น ดูหมายเลขบนป้ายของพวกเจ้าแล้วนับวันดูก็รู้แล้ว” ในเวลาแบบนี้เย่อวี๋หรานยังไม่ลืมอวดอ้างครอบครัวตัวเองสักหน่อย บอกว่าเรื่องนี้แม้แต่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็ยังทำเป็น ต่อไปถ้าใครไม่แน่ใจว่านับได้ถูกต้องหรือไม่ มาไหว้วานคนจากเรือนพวกนางให้ไปช่วยนับดูก็ได้
เย่อวี๋หรานรับรองด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ “เว้นเสียแต่ว่าจะนับผิด ไม่อย่างนั้นปกติแล้วล้วนถูกต้อง”
ไร้สาระ ถ้านับถูกแล้วจะผิดได้อย่างไร?
น่าเสียดาย ชาวบ้านเหล่านั้นถูกคำว่า ‘ร่ำเรียน’ สองคำนี้ทำให้ตกใจจนอึ้งไปหมดแล้ว ยังไม่ได้สติคืนมาก็ถูกเย่อวี๋หราน ‘หลอกลวง’ ไปด้วยประการฉะนี้
พวกเขาคิดในใจว่าสกุลจูก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว ไม่เพียงแต่ย้อมผ้าเป็นเท่านั้น แม้แต่เด็กอายุไม่กี่ขวบในบ้านพวกเขาก็ยังนับเลขเป็น ร้ายกา