าเป็นความจริง แต่ถ้าไม่ยอมไปกับเขาก็แสดงว่านางไม่เชื่อเขา
จางเยียนหนักใจยิ่งนัก
อีกด้านหนึ่ง เย่อวี๋หรานหาไปทั่วยังไม่เจอจูเหล่าโถวก็คร้านจะหาต่อ
“ช่างเถอะ งั้นข้าตั้งชื่อของซานเป่าเองก็แล้วกัน” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อ “ชื่อจริงของต้าเป่าคือจูอันไค เอ้อร์เป่าชื่อจูอันเป่า เช่นนั้นให้ซานเป่าชื่อจูอันกู่ก็แล้วกัน เรื่องนี้ก็ว่าตามนี้”
คนอื่นในครอบครัวย่อมไร้ความเห็นแย้งอยู่แล้ว ทั้งคิดว่านางคิดมากไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะจูเหล่าโถวไม่รู้หนังสือ จะตั้งชื่อดี ๆ ให้หลานได้อย่างไร?
ดังนั้น ต่อให้พ่อสามีอยู่ที่นี่ แม่สามีก็ต้องเป็นคนตั้งชื่ออยู่ดี
“อ้อ ซานเป่า เจ้ามีชื่อแล้วนะ ได้ยินไหม เจ้าชื่อจูอันกู่…” แม้หลี่ซื่อจะนึกรังเกียจที่ลูกชายตนเองหน้าตาน่าเกลียด แต่เห็นว่าแม่สามีชอบเขามาก นางก็พลอยชอบตามไปด้วย
อย่างไรเสีย ขอแค่ไม่สูญเสียความโปรดปราน ให้นางเลี้ยงหมูสักตัวนางก็เต็มใจ
“ซานเป่า ข้าเป็นพี่ใหญ่ชื่อจูอันไค”
“ซานเป่า ข้าเป็นพี่รองชื่อจูอันเป่า”
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเข้ามาเกาะขอบเตียง วนไปวนมาอยู่รอบ ๆ น้องชายคนเล็กที่เพิ่งออกมาดูโลก
หลังจากตั้งชื่อจูอันกู่เสร็จสิ้น ยามนี้ก็ผ่านมาสองชั่วยามแล้ว ยามเที่ยง เย่อวี๋หรานเห็นว่าหลี่ซื่อไม่มีความผิดปกติอะไรอีก จึงอนุญาตให้คนอื่น ๆ ในครอบครัวเข้ามา ‘เยี่ยม’ หลี่ซื่อ
ทั้งยังอุ้มทารกน้อยออกมาให้ผู้ชายสกุลจูเห็นหน้า
จูซื่อมองลูกลิงตัวแดงเถือกนั้นพลางย