หรือ?” จูซานยังถือสาเรื่องนี้อยู่ไม่มากก็น้อย
แต่ว่าคนที่เช่าภรรยาของเขาเป็นคนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง จะอย่างไรก็ดีกว่าผู้ชายปกติธรรมดามากแล้ว
ไม่อย่างนั้น เมื่อเด็กคนนี้คลอดออกมา เขาก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้าลูกคนนี้อย่างไรจริง ๆ
“ใช่แล้ว แค่คนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง” จางเยียนไม่กลัวว่าเขาจะไปสืบเสาะแม้แต่น้อย บอกเขาว่าคนผู้นั้นชื่อแซ่อะไร รวมถึงอาศัยอยู่ที่ไหน
ถ้าถามหาคนปัญญาอ่อน ไม่แน่ว่าจะมีคนรู้จัก เพราะเพียงเอ่ยถึง ‘แม่เฒ่าเหมยกับคนปัญญาอ่อน’ กับคนแถวนั้นย่อมจะต้องมีคนรู้แน่นอนว่าหมายถึงใคร
นางวิพากษ์วิจารณ์ว่าแม่เฒ่าเหมยราวกับเป็นคนเสียสติก็ไม่ปาน ใช้ชีวิตอยู่กับลูกชายปัญญาอ่อนเช่นนั้น ไม่กลัวว่าจะต้องไร้คนเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าและจัดงานศพให้นางเลยหรือไร?
“จริง ๆ เลย เจ้าไม่รู้หรอกว่าบ้านพวกเขาจนจะตายอยู่แล้ว ไข่ไก่ฟองเดียวยังไม่กล้ากิน แต่เห็นแก่ที่ข้าเป็นคนท้อง นางจึงเอามาให้ข้ากินทีละฟองอยู่เรื่อย ๆ”
“ลูกชายนางสู้จูชีไม่ได้แม้ครึ่งส่วน ตาเหล่ปากเบี้ยว ดูแล้วน่าขนลุกขนพอง”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายนางเป็นคนปัญญาอ่อน ทำอะไรไม่ได้ ข้าจะยอมให้ทางนั้น ‘เช่า’ ครรภ์ของข้าแต่โดยดี?”
“ข้าก็แค่คิดเผื่อลูกของพวกเรา ไม่ได้คิดเผื่อตัวเองเสียหน่อย”
……
จูซานจดจำเอาไว้ ตั้งใจว่าจะไปสืบดูสักหน่อย
เขาพบว่าตอนนี้ตนเองไม่กล้าเชื่อใจจางเยียนอีกต่อไปแล้ว สตรีผู้นี้ไม่เหมือนพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รอ