“ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้เจ้ายังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เพียงแค่จำไว้ในใจก็พอ”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่”
……
หลังจากจูซานออกมาจากเรือนก็เลี่ยงสายตาผู้คน เขาวกไปตามทางสายน้อยตรงไปยังกระท่อมร้างหลังนั้น
ครั้นไปถึงครึ่งทาง เขาค่อยนึกได้ว่าตนเองลืมเอาน้ำมาด้วย!
“ข้าลืมเอาน้ำมา เจ้ากินปลาแห้งรองท้องไปก่อน ข้าย่างมันเทศสุกแล้ว เจ้าค่อยกิน” จูซานส่งปลาแห้งที่ใช้ใบไม้ห่อไว้อย่างดีไปให้จางเยียน จากนั้นก็เริ่มเตรียมพื้นที่จุดไฟ
“โห! มีปลาด้วยหรือ!” แววตาของจางเยียนเป็นประกาย
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ตามลำพังมาครึ่งค่อนวัน นางยังรู้สึกเสียใจอยู่เลยที่มาหาจูซานอย่างหุนหันพลันแล่น แต่เมื่อได้ยินว่ามีเนื้อมีปลาให้กินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก
ควรทราบว่าตอนอยู่เรือนแม่เฒ่าเหมย ต่อให้แม่เฒ่าเหมยจะปรนนิบัติเรื่องอาหารการกินของนางดีแค่ไหน ทว่าแม้แต่เนื้อก็คงซื้อไม่ไหว แล้วจะเอาเนื้อจากไหนมาให้กิน?
นางรับปลามาแล้วยัดใส่ปาก รีบกัดกินทันที
“มันแข็ง เจ้ากินช้าหน่อย” จูซานเอ่ยเตือน
จางเยียนหิวจนตาลาย พูดเสียงอู้อี้ “อื้อ ข้ารู้แล้ว ง่ำ ๆๆ…อร่อย”
ต้องอร่อยอยู่แล้วสิ นั่นเป็นอาหารฝีมือมารดาของเขาเชียวนะ จูซานคิดในใจ พร้อมกันนั้นก็จัดการพื้นที่ใกล้ ๆ เก็บฟืนมากองแล้วเริ่มจุดไฟ
จางเยียนเห็นเขาเอาของบางอย่างฝังไว้ในกองไฟก็รีบกลืนอาหารลงคอ แล้วถามด้วยสีหน้าประหลาดใจว่า “เจ้าทำอะไรน่ะ? ทำไมต้องเอาฝังดินไว้ด้วย?”
“นี่คือมั