้รองที่ทำงานด้วยกันเมื่อเช้านี้
หากแต่หลิวซื่อกลับพูดว่า “ไม่ถูกต้อง ตอนที่นับจำนวนเสบียงเมื่อเช้าไม่ได้เหลือเท่านี้ เจ้านับผิดหรือเปล่า?”
“เป็นไปไม่ได้ ข้านับหลายรอบแล้ว”
“ข้าไปนับกับเจ้าด้วย”
หลิวซื่อตามหลินซื่อกลับไปยังห้องครัว นับจำนวนปลาแห้งที่แขวนไว้ใหม่อีกครั้ง แล้วนับจำนวนมันเทศ สุดท้ายจึงค่อยตรวจดูน้ำพริกใส่เนื้อ
น้ำพริกนี้ใช่ว่าจะตรวจสอบไม่ได้ พวกนางอาจไม่รู้ปริมาณที่แน่นอน แต่เพราะไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่แตะต้อง ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้คนแอบกิน แต่ละคนจึงทำเครื่องหมายเอาไว้ในใจ
“น้อยลงทุกอย่าง เมียเจ้าสี่มาเอาน้ำพริกใส่เนื้อไปหลังตอนกินข้าวเย็นหรือเปล่า?” หลิวซื่อถาม
หลินซื่อส่ายศีรษะ “เปล่านะเจ้าคะ วันนี้พี่สะใภ้สี่รู้สึกไม่สบายท้อง ออกมาแค่ตอนกินข้าวเย็น นอกจากนั้นล้วนนอนในห้องมาตลอด ไม่ได้ออกมาเลย”
“ข้าไปถามสักหน่อย”
ทั้งสองคนไปห้องของหลี่ซื่อเพื่อถามเรื่องน้ำพริกใส่เนื้อ
มันเทศกับปลาแห้งล้วนไม่เป็นไร แต่ว่าน้ำพริกใส่เนื้อบรรจุอยู่ในโถ ปิดผนึกเอาไว้ดิบดี หนูไม่สามารถแอบกินได้ นอกจากฝีมือคนในครอบครัวแล้ว พวกนางคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเป็นอะไรได้อีก
เดิมทีเสบียงเหล่านี้จะเก็บไว้ในห้องแม่สามี เวลาจะทำอาหารแต่ละมื้อ แม่สามีค่อยนำออกมา แต่เมื่อความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นเรื่อย ๆ แม่สามีคิดว่าทำเช่นนี้ยุ่งยากเกินไป จึงนำออกมาปริมาณเท่ากับที่จำเป็นต้องใช้ประกอบอาหารในหนึ่งวัน