บ้านตระกูลหาน ประตูสีน้ำตาลแดงทั้งสองบานสลักด้วยลวดลายสัตว์มงคลที่มีความงดงามอลังการ ซึ่งเผยถึงภูมิหลังอันโดดเด่นของตระกูล
“ผมต้องไปกับคุณไหม” กานว่างขมวดคิ้ว ตระกูลหานเชิญเฝ่ยไป๋ลู่ในเวลานี้ย่อมมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ และต้องเป็นเรื่องตราประทับศักดิ์สิทธิ์แน่ ๆ
“ไม่ต้อง” เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว ผู้อาวุโสหานเชียนไม่มีเจตนาร้ายต่อเธอหรอก
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะรอคุณอยู่ที่ประตู” กานว่างเหลือบมองพ่อบ้านของตระกูลหาน
พ่อบ้านตระกูลหานจึงเอ่ยว่า “นายท่านของผมอยากเชิญคุณให้มาดื่มชาด้วยกันครับ”
“คุณเฝ่ย เชิญครับ” ท่าทางของพ่อบ้านยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าเขาไม่เข้าใจว่านี่หมายถึงอะไร และพาเฝ่ยไป๋ลู่เข้าไปในบ้านตระกูลหานอย่างต้อนรับขับสู้
ในลานบ้านมีการปูหินแกรนิต รายล้อมด้วยดอกไม้และต้นไม้ มีต้นเสาตั้งตรง และรูปปั้นนกบินอยู่บนใบบัว ปีกของพวกมันดูมีชีวิตชีวา ละเอียดอ่อน และเสมือนจริง
ตรงกลางห้องโถงหลักที่สว่างไสวและกว้างขวาง หงษ์ตัวหนึ่งยืนตระหง่านราวกับจะทะยานขึ้น โดยมีคออสรพิษเชิดสูงอย่างสง่างาม หางปลาแกว่งไปมาเผยถึงเสน่ห์ที่น่าดึงดูด
เฝ่ยไป๋ลู่มองมันอย่างสงบ และก็เห็นว่ารูปปั้นหงษ์บนชายคาบ้านกำลังบินไปทางตรงกลาง เหมือนกับปักษานับร้อยตัวที่เหลียวมองหงษ์
ในยุคจีนโบราณ มังกร หงษ์ กิเลน และเต่า ทั้งสี่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘จิตวิญญาณทั้งสี่’
และตระกูลหานเองก็บูชาหงษ์
“ค