สามคำนี้ทำให้เขาไม่กล้าดูเบา
ส่วนที่เจ้าหนุ่มนี่พูดว่ามารดาของตนเองแข้งขาไม่ดี เดินทางไกลไม่ไหว ไฉหงลอบหัวเราะในใจ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเขายังได้ยินเสียงโจษจันกันว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์บุกไปถึงหมู่บ้านสกุลจางยามบ่ายแก่ ๆ และจัดการปลดภรรยาของลูกชายคนที่สามของตนเองแล้วกลับไปในคืนเดียวกันนั้น นี่ยังเรียกว่าแข้งขาไม่ดีอยู่เรอะ?
แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้เขาไม่มีทางพูดออกมาอยู่แล้ว จึงทำเพียงยิ้มแย้มถามจูอู่ว่าเป็นการค้าขายอะไร
“การค้าที่ข้าพูดถึงเป็นการค้ากำไรงาม ท่านแม่บอกว่านางรู้วิธีที่จะทำให้คันไถนาใช้งานง่ายกว่าเดิม แต่นางทำงานไม้พวกนี้ไม่เป็น ในครอบครัวพวกข้าก็ไม่มีใครทำเป็นเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากหาคนที่ทำเป็นมาร่วมกันทำการค้า นางไม่เรียกร้องมาก หลังจากทำของสิ่งนี้ออกมาได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายแบ่งให้นางแค่สามส่วนก็พอ”
“สามส่วน?” ไฉหงประหลาดใจ
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าของสิ่งนี้จะทำออกมาได้หรือไม่ เอาแค่นิสัยของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ยอมให้แบ่งกันคนละครึ่งก็ไม่เลวแล้ว แต่นี่กลับจะเอาแค่สามส่วน?
“ใช่ สามส่วนขอรับ” จูอู่รู้ดีว่ามารดาของเขา ‘เสียสละครั้งใหญ่’ เลยทีเดียว แต่มารดาของเขาพูดว่าก็แค่ให้แนวทางไปเท่านั้น ไม่ได้ลงมือทำและนำออกไปขายเอง เท่ากับว่าได้สามส่วนนั้นมาเปล่า ๆ แล้วทำไมจึงไม่ให้อีกฝ่ายมากกว่าสักหน่อยเล่า?
ทำให้ผู้อื่นเต็มใจทำงานด้วยความยินดี จึงจะได้ผลประโยชน์มากกว่า
“ข้าสามส่วน แม่เจ้า