เจ็ดส่วน?” ไฉหงถามยืนยันอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจ
“ไม่ใช่ขอรับ ท่านแม่ต้องการแค่สามส่วน อีกสี่ส่วนถือเป็นค่าเหนื่อยของพวกท่าน อย่างไรเสียตั้งแต่ขั้นตอนการทำไปจนถึงการขาย แม่ข้าไม่ได้ทำด้วย นางแค่อยากได้กำไรจากการค้าขายนี้เท่านั้น” จูอู่พูดพลางครุ่นคิด เขารู้สึกว่าท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก นี่เป็นการค้าที่มีแต่ได้กับได้อย่างแท้จริง
ก็แค่ออกความคิดอย่างหนึ่ง กลับสามารถได้ผลกำไรสามส่วนมาโดยไม่ต้องลงแรง
ถ้าเขามีสมองเหมือนท่านแม่ ต่อไปยังต้องกลัวว่าจะเลี้ยงภรรยากับลูกชายไม่ไหวอีกหรือ?
แต่ไม่รู้ว่าในบรรดาพี่น้องของเขา ใครกันที่ได้สืบทอดมันสมองมาจากมารดา?
อย่างไรเสียจวบจนบัดนี้ จูอู่เองก็ยังดูไม่ออก
“ต้องเขียนสัญญาหรือไม่?” ผลประโยชน์เช่นนี้ ไฉหงย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา
แต่เขากังวลว่าเมื่อถึงเวลานั้น หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะ ‘ตาร้อน’ เห็นว่าพวกเขาได้ผลประโยชน์ก็บุกเข้ามาอาละวาด
หญิงเฒ่าที่เอะอะก็คว้ามีดออกมา ไฉหงก็กลัวอยู่บ้าง ถ้าลำพังเขาก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ครอบครัวเขายังมีทั้งเด็กและคนชรา ไม่ว่าใครถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำร้ายเขาก็ปวดใจทั้งนั้น
“เขียน ให้เจ้าหน้าที่ทางการของสองฝ่ายเป็นพยาน” จูอู่เห็นว่าอีกฝ่ายถามอย่างจริงจังก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มากว่าจะสำเร็จ “ท่านลุงไฉ ท่านไม่ถามด้วยซ้ำว่าแม่ข้าจะทำการค้าอะไร ไฉนคิดไปถึงสัญญาค้าขายแล้วเล่า?”
“เจ้าคิดว่าข้าแก่แล้ว วัน ๆ จับเจ่าอยู่ในเรือนจนไม่