ี่ยนะ?”
คนไม่เอาไหนทั้งกลุ่มมองไปทางต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
เด็กน้อยทั้งสองมีสีหน้าไร้เดียงสา
พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายส่ายหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน “ท่านแม่ ไม่อาจพูดเช่นนี้ ความจำของเด็ก ๆ ดียิ่งนัก พวกข้าสู้พวกเขาไม่ได้แน่นอน”
เย่อวี๋หรานโมโหจนต้องตบโต๊ะ “พวกเจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่? พวกเจ้าแย่งชิงไข่ฟองเดียวสู้คนทึ่มคนหนึ่งไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่เด็กก็ยังกลัว พวกเจ้ากินข้าวกันมากขนาดนั้นไปเพื่ออะไร ทำไมไม่ซื้อเต้าหู้มาคนละก้อนแล้วฟาดหัวตัวเองให้ตายไปเสียเลย”
ทุกคนเงียบกริบ
หลี่ซื่อถามเสียงเบาหวิว “ท่านแม่ เต้าหู้คืออะไรหรือเจ้าคะ? อร่อยไหม?”
เย่อวี๋หราน “…”
นางโมโหจนร้องขึ้นมาว่า “เย็นนี้ค่อยทำ” คิดไม่ถึงว่าประโยคนี้กลับทำให้หลี่ซื่อยินดียิ่งนัก รีบถามว่าอร่อยหรือไม่
เย่อวี๋หรานเห็นแววตาคนอื่นก็พลอยเปล่งประกายไปด้วย นางอยากจะตีพวกเขาสักทีจริง ๆ เชียว
สมองของพวกเจ้านอกจากเรื่องกินแล้วไม่มีเรื่องอื่นเลยรึ?
นางทำเต้าหู้ก็ได้ แต่เรื่องแผนการเรียนหนังสือไม่อาจล่าช้า ทั้งยังไม่สนว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่ นอกจากตัดจูชีออกไปแล้ว ทุกคนล้วนร่วม ‘ช่วงชิง’ ไข่ไก่ด้วยกันทั้งหมด
มีใครจะแย้งหรือไม่?
ได้ ถ้าเช่นนั้นเต้าหู้ก็ไม่ทำแล้ว
ทุกคนได้แต่ครุ่นคิด ท่านแม่ดูเหมือนจะโมโหจนเลอะเลือนแล้ว
หลี่สือเจิน [1] กล่าวไว้ว่าฮว๋ายหนานอ๋องนามว่า หลิวอัน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นเป็นผู้คิดค้นวิธีการทำเต้าหู้ โดยสามารถใช้ได้ทั้งถั่