ะให้จูซานออกเดินทางไกลสักครั้ง รอจนเขากลับมา ทุกประการก็เรียบร้อยแล้ว”
“เจ้าจะให้เจ้าสามไปที่ไหน?” จูเหล่าโถวถาม “ไม่ได้บอกว่าจะให้เขาอยู่ช่วยข้าทำนาหรอกหรือ?”
แม้จะไม่อยากเตือนความจำภรรยาเรื่อง ‘เดิมพัน’ แค่ไหน แต่ถ้าเจ้าสามไปแล้ว ทางเขาก็ขาดคนไปหนึ่งคนน่ะสิ?
เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างไม่เกรงใจ “ก็แค่ที่ดินไม่กี่หมู่ ขาดไปคนเดียวจะตายหรือไร? เจ้าคิดว่าลูก ๆ ของเจ้ากินน้ำแกงถ้วยเดียวแล้วอิ่มท้องเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็กงั้นเรอะ? เจ้าไม่เห็นรึว่าเมียเจ้าสี่ตั้งครรภ์อยู่ เมียเจ้ารองกับเมียเจ้าห้าก็รอให้ตั้งครรภ์ เจ้าไม่รีบคิดหาทางอื่นเผื่อเอาไว้แต่เนิ่น ๆ รอจนหลานเจ้าวิ่งไปทั่วเรือนแล้ว ที่ดินไม่กี่หมู่นั้นยังจะพอเลี้ยงคนในครอบครัวไหม?”
“ข้าก็ใช่ว่าจะงอมืองอเท้าเสียหน่อย เจ้าลองเข้าไปถามในหมู่บ้านดูเอาเถอะว่าที่ดินข้าไม่กี่หมู่แค่นั้น แต่บ้านไหนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากที่สุดในหมู่บ้าน? ก็ต้องเป็นนาที่ข้าปลูกเองกับมืออยู่แล้ว เจ้าคิดว่าทำนาจะเหมือนกับการทำอาหารอย่างนั้นเรอะ ขอแค่มีวัตถุดิบครบก็ทำได้แล้ว? นี่เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะ คนที่ทำนาเป็นกับคนที่ทำนาไม่เป็นจะปลูกออกมาได้ผลเหมือนกันหรือ?” จูเหล่าโถวโต้แย้ง
“จะเหมือนหรือต่างกัน รอให้ปลูกออกมาได้ก่อนก็รู้เอง เจ้าอย่าเอาแต่พร่ำเรื่องทำนา ตอนนี้ที่ข้าจะพูดก็คือวางแผนเผื่อไว้ให้ลูกชาย เจ้าลองเอานิ้วขึ้นมานับดู ด้วยที่ดินไม่กี่หมู่ของเจ้า ในอนาคต