ว่ายังจะอารมณ์ดีอยู่ได้หรอกนะ”
“เจ้าไร้เหตุผลสิ้นดี!” พ่อเฒ่าจางชี้หน้าตำหนินาง “ข้าก็พูดแล้วว่าอีกหลายวันนางถึงจะกลับ”
“ข้าโหดร้ายเช่นนี้ ท่านไม่กลัวว่าข้าจะบีบคั้นนางจนตายหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าวเยาะเย้ย “ข้ามาถึงบ้านแต่รับคนกลับไปไม่ได้ อีกหลายวันถึงจะกลับมารึ? แต่ไม่รู้ว่าหลายวันที่ท่านว่าคือกี่วัน? สามวัน สี่วัน หรือสามเดือน สี่เดือน?”
พ่อเฒ่าจางย่อมพูดออกมาไม่ได้อยู่แล้ว ได้แต่กล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “ข้าถึงขั้นพูดเองแล้ว ข้ายังจะโกหกเจ้าอยู่เรอะ?”
“นั่นก็ไม่แน่” เย่อวี๋หรานกล่าว “ลูกสะใภ้ข้ากลับบ้านเดิมสักทียังมาอยู่นานเพียงนี้ ผีสางจึงทราบว่าในนั้นมีเรื่องลับลมคมในอะไรอยู่? ลูกสะใภ้แบบนี้ บ้านไหนยังจะอยากได้? ถ้าพวกเจ้าคิดว่าแม่สามีอย่างข้าโหดร้ายเกินไป ทรมานลูกสาวเจ้า ก็บอกมาตรง ๆ หากไม่อยากเป็นลูกสะใภ้ของข้าแล้ว ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แม่สามีอย่างข้าไม่ได้ขาดแคลนลูกสะใภ้เสียหน่อย”
นางฟันมีดลงบนโต๊ะจนเสียงดัง
“ถ้าจางเยียนยังไม่ออกมาก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน ก็ได้ อย่างมากบ้านสกุลจูของข้าก็ไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนนี้แล้ว”
“ท่านทั้งหลายที่อยู่ตรงนี้ รบกวนทุกท่านด้วย โปรดเชิญหัวหน้าหมู่บ้านหรือผู้อาวุโสออกมาเป็นประจักษ์พยาน จะได้ไม่หาว่าสกุลจูรังแกคนสกุลจางที่ไม่รู้หนังสือ พวกข้าจะปลดภรรยา”
ถ้าคนสกุลจางกล้าพอจะยืนหยัดถกกับนางด้วยเหตุผลว่าจางเยียนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่อาจปลดได้ บางทีนางอาจเคารพที่ค