นี้ นางย่อมดูออกว่าบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ตะโกนใส่นางผู้นั้นเป็นใคร เห็นเขาเดินดุ่มเข้ามาอย่างโกรธกริ้ว ไม่พูดซ้ำสองก็ขวางมีดไว้เหนือลำคอของสะใภ้ใหญ่แล้วคำรามว่า “หยุดอยู่ตรงนั้น!”
จางต้าถึงกับชะงัก
“เข้ามาอีก ข้าก็จะตวัดมีดเอาชีวิตของเมียเจ้าซะ” เย่อวี๋หรานสีหน้าเย็นเยียบ
ภรรยาของจางต้าตกใจจนหน้าถอดสี “อย่า…อย่าเข้ามา…”
“หยุดนะ!” จางต้ารีบร้อง “ข้าไม่ไปแล้ว ท่านอย่าขยับมือ”
“จางเยียนล่ะ? จางเยียนอยู่ที่ไหน?” เย่อวี๋หรานมองไปด้านหลังของจางต้า จงใจกล่าวว่า “ไม่ใช่บอกว่าเมียเจ้าสามบ้านข้าตามพวกเจ้าไปทำนาหรอกหรือ? เมียเจ้าบอกว่าน้องของพวกเจ้าไม่อยากเป็นลูกสะใภ้สกุลจูของข้าแล้วไม่ใช่หรือไร? เรียกนางออกมา ข้าก็อยากจะถามเหมือนกันว่าสกุลจูของพวกเราผิดต่อนางตรงไหน อาศัยอะไรถึงไม่อยากเป็นสะใภ้สกุลจูของพวกข้าแล้ว?”
“ไม่นะ ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น…” ภรรยาของจางต้ารีบแก้ตัว
จางต้าเองก็ปฏิเสธ “เปล่า ไม่มีเรื่องแบบนี้แน่นอน ในเมื่อน้องสามของข้าแต่งให้สกุลจูไปแล้ว ตอนอยู่ก็เป็นคนสกุลจู ตอนตายก็เป็นผีสกุลจู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางไม่มีทางไปจากสกุลจูเด็ดขาด”
“เฮอะ! อย่าด่วนพูดเร็วเกินไป” เย่อวี๋หรานแค่นเสียงเย็นตัดบทเขา “ข้าถามแค่ว่าตอนนี้สะใภ้สามของข้าอยู่ที่ไหน? กลับบ้านเดิมมาตั้งแต่ต้นเดือนหกจนถึงตอนนี้ก็หลายเดือนแล้ว ข้ายังไม่เห็นแม้แต่เงาคน ข้าล่ะแปลกใจจริง ๆ สะใภ้บ้านไหนกลับบ้านเดิมมาหลายเดือนก็ไม่ยอ