ย่าแม้แต่จะคิด
ครอบครัวนายพรานที่มีอยู่เพียงหยิบมือ พวกเขาเองก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตรงเชิงเขา หรือไม่ก็สร้างกระท่อมขึ้นบริเวณใกล้ ๆ เชิงเขา แล้วไปพักที่กระท่อมเป็นบางครั้งบางคราว ปกติก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น
ผู้ใดกล้าพอจะอยู่บนเขาไท่ตังจนถึงยามฟ้ามืด?
นั่นคือไม่ต้องการชีวิตแล้วชัด ๆ
เมื่อเย่อวี๋หรานอธิบายให้ฟังเช่นนี้ กานอี้เซียนถึงค่อยเข้าใจว่าตนเองเผย ‘พิรุธ’ อันใดออกไป
เขานึกยินดีอยู่บ้าง จูต้าเหนียงเหมือนจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไป ขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าใจ ที่แท้สิ่งที่เขาเข้าใจว่าเรียบง่ายสมถะ ในสายตาของจูต้าเหนียงกลับเห็นเป็นพิรุธ
เฮ้อ…เขาตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องเป็นถู่ตี้เฉินที่ดีที่สุดในโลกให้ได้ ดูท่าคงอีกยาวไกล
“จูต้าเหนียง ท่านร้ายกาจจริง ๆ!” สายตาเช่นนี้ไม่ธรรมดาเลย
“ข้าไม่ได้ร้ายกาจ แต่เจ้าแค่บังเอิญได้มาพบข้า ถ้าเปลี่ยนเป็นสตรีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากคนอื่นก็มองออกเช่นกัน” เย่อวี๋หรานยิ้ม “ถ้าเจ้าต้องการมีชื่อเสียง ข้ามีวิธีการอยู่วิธีหนึ่ง สามารถทำให้เจ้ามีชื่อเสียงลือลั่นได้แน่นอน”
เมื่อกานอี้เซียนได้ยินคำว่า ‘ชื่อเสียงลือลั่น’ ก็รีบโบกมือเป็นพัลวัน “ไม่ต้อง ๆ จูต้าเหนียง ข้าช่วยท่าน ที่จริงก็แค่หวังให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ เขาไท่ตังมีชีวิตที่ดีขึ้นมาหน่อย ข้าแสวงหาชื่อเสียงก็จริง แต่ไม่ใช่ชื่อเสียงแบบที่ท่านพูดถึง”
เขาหยัดตัวตรง แสดงการคารวะต่อนางอย่างจริงจัง
“ก่อนหน้า