ยู่เป็นผ้าแพรไหมจึงค่อนข้าง ‘ลื่น’ กว่าอย่างนั้นหรือ?
“ถึงแล้ว”
ขณะที่นางใจลอยอยู่นั้น ก็พลันได้ยินใครบางคนพูดขึ้น
เย่อวี๋หรานรีบสืบเท้าขึ้นหน้า ตามเขาอ้อมต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งไปก็เห็นว่าด้านหลังนั้นป่าไม้เปลี่ยนเป็นบางตาขึ้นมา เผยให้เห็นพุ่มไม้เป็นแผ่นผืน
“ตรงไหน?” นางยังคงมองไม่เห็น
กานอี้เซียนเดินฝ่าเข้าไปในดงพุ่มไม้ ชี้ไปที่พุ่มไม้หนึ่งในนั้น “ใช่อันนี้หรือไม่? ออกผลเป็นฝัก ท่านลองดูเมล็ดข้างในว่าใช่ถั่วเหลืองที่ท่านพูดถึงหรือเปล่า?”
เย่อวี๋หรานมองต่ำลงไปก็เห็นว่าภายใต้การบดบังของพุ่มไม้เหล่านั้น ต้นถั่วเหลืองเล็ก ๆ ต้นหนึ่งเติบโตขึ้นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ บนนั้นเต็มไปด้วยฝักสีเขียวปนเหลือง
ที่แท้พวกมันก็เติบโตอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้รก ๆ นี่เอง ถ้าไม่สังเกตให้ละเอียดก็คงนึกไปว่ามันคือพุ่มไม้สีเหลืองทั่วไปเสียอีก
“ใช่อันนี้หรือไม่?” กานอี้เซียนถามอีกครั้ง
เย่อวี๋หรานเดินเข้าไปเด็ดฝักถั่วที่มีรอยแตกเล็กน้อยออกมา แล้วหยิบเมล็ดในนั้นขึ้นมาโยนใส่ปาก
“เฮ้ย ทำไมท่านกินเสียแล้ว?” กานอี้เซียนตกอกตกใจ
เย่อวี๋หรานชิมรสชาติเล็กน้อยก็คายออกมา “อืม อันนี้ก็คือถั่วเหลือง ต้องขอบคุณเจ้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเคยเห็นมันมาก่อนจริง ๆ”
นางมองไปทางกานอี้เซียนด้วยความอัศจรรย์ใจเล็กน้อย รู้สึกว่าคนหนุ่มผู้นี้คือขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนอยู่ดี ๆ นี่เอง
บรรพบุรุษของครอบครัวเขาคงไม่ได้ทำงานอยู่ในกรมโยธาหรือกรมทะเบียนราษฎร์ห