เท่าจูอู่ ไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น
แม้จูอู่จะกินปูนร้อนท้อง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมา
ทว่าพี่น้องสกุลจูคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง นั่นก็คือไม่ใช่ว่าอาหารสามมื้อของทุกครอบครัวจะอุดมสมบูรณ์เหมือนอาหารที่เรือนตนเอง
ปกติพวกเขากินข้าวอยู่ที่บ้านก็ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างกันมาก แค่คิดว่าความเป็นอยู่ในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอยู่บ้าง แต่เมื่อพวกเขานั่งลงและเห็นสิ่งของที่อาสะใภ้สามกับอาสะใภ้สี่ยกออกมาก็กลับเงียบขรึมลง
จูต้ากับจูเอ้อร์เป็นคนซื่อ นับว่ายังดีอยู่ เพียงคิดว่าถ้ากินโจ๊กที่มีแต่น้ำเช่นนี้ลงไปแล้ว เกรงว่าฟ้ายังไม่ทันสว่างก็คงหิวอีกรอบแน่
ไม่รู้ว่าพอกลับเรือนไปแล้วยังจะมีแป้งกรอบให้กินรองท้องสักสองสามชิ้นหรือเปล่านะ
ส่วนจูอู่ “…”
ทันใดนั้นก็รู้สึกเสียใจทีหลังขึ้นมาเสียแล้ว ไม่น่าอยู่กินข้าวที่นี่เลย เขาหาข้ออ้างได้แท้ ๆ เช่นบอกว่าที่เรือนทำอาหารรอไว้แล้ว
“พวกเจ้ากินของพวกนี้?!” จูเหล่าโถวมองผักป่าที่แยกเป็นชนิดต่าง ๆ บนโต๊ะ มีท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อ “น้ำมันสักนิดก็ไม่มี จะกินอิ่มหรือไร?”
“ท่านพ่อ ท่านพูดอันใด?” จูอู่ได้ยินก็รู้ว่าแย่แล้ว รีบพูดว่า “ท่านพูดอะไร? แปลกตรงไหน ในช่วงเวลานี้ใครไม่กินโจ๊กกับผักป่าบ้าง? ตอนนี้กำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ไม่ใช่หรือ รอจนตากเมล็ดข้าวเสร็จ ทุกคนก็จะได้กินของใหม่ ได้กินข้าวสวยที่นวดเสร็จใหม่ ๆ ของปีนี้กันแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องหิวอีก…”
อพิโธ่ อพิถัง ท่า