นพ่อ ท่านจะมาเที่ยวบอกคนอื่นว่าครอบครัวเรากินอะไรกันไม่ได้นะ
ด้วยเกรงว่าบิดาจะเลอะเลือน จูอู่ไม่ปล่อยให้จูเหล่าโถวมีโอกาสพูดจาแม้แต่น้อย เปลี่ยนหัวข้อสนทนาโดยการชมเชยว่าผักป่าบนโต๊ะช่างสดใหม่จริง ๆ แค่มองก็ทราบว่าเป็นผักตามฤดูกาลที่เพิ่งเกิดใหม่ จะต้องเป็นของดีที่อาสะใภ้สามกับอาสะใภ้สี่ผู้ขยันขันแข็งเก็บกลับมาแน่นอน
ยามนั้น จูอู่อยากให้พี่สามกับพี่สี่ของเขาอยู่ด้วยยิ่งนัก ถ้าสองคนนั้นอยู่ที่นี่ด้วยเขาก็ไม่จำเป็นต้องเค้นสมองเช่นนี้แล้ว
มากินข้าวเรือนผู้อื่นแล้วยังติว่าไม่มีน้ำมันสักนิดเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนยิ่งนัก
นั่นปะไร จูซานเสิ่นกับจูซื่อเสิ่นเข้าใจผิดเสียแล้ว ถึงจะไม่ได้หักหน้าจูเหล่าโถวต่อหน้า แต่สีหน้าของพวกนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมา
ในห้องครัว จูซานเสิ่นโยนผ้าขี้ริ้วลงบนเตาเสียงดังแล้วด่าว่า “ก็แค่ช่วยพวกเราเกี่ยวข้าวหน่อยเดียวไม่ใช่หรือไร? เมื่อก่อนก็ไม่เคยจะมาช่วย ตอนนี้ลูกพวกเราโตกันหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ช่วยแล้ว เขากลับวิ่งแจ้นมาเสียอย่างนั้น ยังจะเรื่องมากว่าเรือนเราไม่มีน้ำมันไปรับรองเขา หน้าใหญ่เหลือเกินนะ อาศัยอะไรให้ข้าไปรับรองเขา? ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าสามีข้า ข้าคงไล่เขาออกไปแล้ว”
ความจริงแล้วจูซื่อเสิ่นก็ไม่พอใจเช่นกัน แต่ตอนนี้มีคนโวยวายแล้ว นางไม่สะดวกจะไปผสมโรงด้วย ได้แต่ข่มโทสะเกลี้ยกล่อมว่า “จะทำอย่างไรได้? เจ้าไล่พวกเขาออกไปได้อย่างนั้นรึ? ข้า