ม่ให้เอาออกมา” จูต้าตอบอย่างพาซื่อ
หลี่ซื่อเห็นเย่อวี๋หรานเดินออกมาก็ถามขึ้นทันที “ท่านแม่ อันนี้ใช้ทำอะไรเจ้าคะ?”
“เดี๋ยวก็ได้ใช้” เย่อวี๋หรานใช้เพียงไม่กี่คำไล่นางออกไป แล้วให้หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อปูเสื่อขนาดค่อนข้างใหญ่ผืนหนึ่ง จากนั้นให้จูต้ากับจูเอ้อร์วาง ‘ฟางโต่ว’ ไว้บนนั้น
นางขึ้นไปทดสอบดูเล็กน้อย พบว่ามันลื่นง่าย จึงบอกให้หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อหาก้อนหินมายึดมุมทั้งสี่เอาไว้
คนทั้งหลายล้วนงงงันกันไปหมด
เย่อวี๋หรานหยิบมัดข้าวที่จูปาเม่ย หลินซานยากับหลินซื่อยาดึงต้นหญ้าออกเสร็จแล้วขึ้นมาถือ จากนั้นเดินไปตรงหน้าฟางโต่ว แล้วฟาดลงไปแรง ๆ
ป้าบ!
เมล็ดข้าวร่วงกราวลงมาจากรวง แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ยังด้อยกว่าที่นางคิดไว้
นางทดลองทำอีกหลายหน พยายามระลึกถึงท่าทางที่เคยเห็นในชาติที่แล้ว ลองตีไปพลางปรับไปพลางอย่างต่อเนื่อง หลังฟาดมัดข้าวในมือไปพอสมควรแล้วก็พอจับทิศทางได้
เย่อวี๋หรานพิจารณาฟางข้าวที่เหลือ เห็นว่าแม้จะไม่ได้ตีเมล็ดข้าวหลุดจากรวงจนเกลี้ยง แต่ก็ทำงานได้คล่องมือกว่าการใช้ท่อนไม้ตี
“ท่านแม่?! ท่านจะร้ายกาจเกินไปไหมเจ้าคะ?!” หลี่ซื่อเห็นว่าของสิ่งนี้ใช้งานอย่างไรก็อัศจรรย์ใจยิ่งนัก
แม่สามีของนางจะเก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง?
“ท่านแม่ ให้ข้าลองดูหน่อยนะเจ้าคะ!” หลี่ซื่อคว้ามัดข้าวขึ้นมา อยากลองทำดูเช่นกัน
เย่อวี๋หรานมองท้องอุ้ยอ้ายของนาง “ท้องโตแบบนั้นจะมาวุ่นวายด้วยทำไม? ไปยืนอยู่ข้าง