้?”
หลินซื่อเห็นสีหน้ามืดครึ้มของเขาแล้วก็รู้สึกกลัว “ข้า…ข้าบอกว่าต่อไปจะไม่สร้างปัญหาให้เจ้า”
“เฮอะ! แล้วตอนนี้เจ้าทำอะไรอยู่?”
“ข้าไม่ได้บอกให้ท่านแม่พาพวกนางกลับมา เจ้าก็เห็นแล้ว ท่านแม่เป็นคนเสนอขึ้นมาเอง…” หลินซื่อขาดความมั่นใจจึงพูดเสียงเบาหวิว
“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่งั้นหรือ? ต่อให้แม่ข้าไม่พูดขึ้นมา เจ้าก็คงจะออกปากเองล่ะสิ?” จูอู่กล่าวอย่างเย็นชา
“ตอนที่เจ้าแต่งให้ข้า ก็คงมีความคิดเช่นนี้อยู่แล้วกระมัง? เจ้าคิดว่าสกุลจูของข้ามีลูกชายเยอะ แบ่งคนไหนก็ได้ให้ครอบครัวพวกเจ้าสักคน พวกเจ้าก็สามารถลืมตาอ้าปากได้แล้วสินะ? หึ! ข้าบอกเจ้าเลย หลิวเหลียนฮวา เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด”
ครั้นได้ยินดังนั้น ขอบตาของหลินซื่อพลันแดงก่ำขึ้นมา นางสั่นศีรษะ “เปล่านะ ข้าเปล่าจริง ๆ นะ…”
“เจ้าคิดหรือไม่ ใจเจ้ารู้ดีที่สุด” จูอู่ไม่สนใจนางอีก เขาหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือน
หลินซื่อยืนอยู่ในลานเรือนเพียงลำพัง หลั่งน้ำตาออกมาเงียบ ๆ ไม่กล้าร้องไห้เสียงดังเกินไป
ในขณะที่เย่อวี๋หรานถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เฮ้อ…แค่จะออกมาเข้าห้องน้ำ แต่ดันมาได้ยินอะไรแบบนี้เข้า ทำอย่างไรดี?
ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิม แม้จูอู่จะไม่ได้มีตัวตนมากนัก แต่ก็เป็นเด็กดีคนหนึ่ง แต่แบบนี้เขาจะโหดกับภรรยาของตัวเองมากเกินไปไหม?
ไฉนเลยจะเหมือนคู่สามีภรรยาที่รักใคร่จิตใจตรงกัน แต่กลับดูเหมือนคู่นักธุรกิจเสียมากกว่า
เย่อวี๋หรานไม่ได้