ด้ยกเว้นเขา เรียกเขามาท่องหนึ่งรอบ
จูชีมีความสามารถผ่านหูไม่ลืมเลือน ทั้งยังรับหน้าที่สอนเด็กสองคนในบ้าน ย่อมไม่มีเหตุการณ์อย่างการท่องไม่ได้เกิดขึ้นอยู่แล้ว
สุดท้าย เย่อวี๋หรานก็เรียกจูปาเม่ย
จูปาเม่ยไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่นางทราบว่ามารดายืนกรานปฏิบัติต่อนางเช่นเดียวกับต้าเป่า เอ้อร์เป่า และจูชี นางก็จนปัญญาจะต่อต้าน จึงท่องออกมาอย่างว่าง่าย
ยังดีที่การท่องอะไรพวกนี้ไม่ได้ยากเย็นสำหรับนาง ถึงจะท่องติด ๆ ขัด ๆ แต่อย่างน้อยก็ท่องออกมาจนจบ
หลินซานยากับหลินซื่อยาแอบกลัวแล้ว อะไรเนี่ย?! เด็กผู้หญิงก็ต้องท่องด้วย!
เย่อวี๋หรานไม่ค่อยพอใจกับการท่องของจูปาเม่ยเท่าไหร่นัก นางพูดว่า “เสี่ยวเม่ย ถึงเจ้าจะเป็นเด็กผู้หญิง ข้าไม่ได้ตั้งความคาดหวังกับเจ้าไว้สูงอะไร แต่เจ้าก็ไม่อาจสู้ได้แม้แต่หลานสองคนของเจ้ากระมัง? เจ้าดูเอ้อร์เป่า เขาเพิ่งจะโตสักเท่าไหร่เชียว ยังท่องได้คล่องกว่าเจ้าเสียอีก”
จูปาเม่ยหน้าแดง “ท่านแม่…เมื่อเช้าข้าไปตลาดนัดมานี่นา”
“แต่ตอนเที่ยงข้าก็ไม่ได้สอนเรื่องใหม่ให้เจ้าเสียหน่อย ทั้งวันเจ้ายังท่องบทสุดท้ายไม่ได้?”
จูปาเม่ยเม้มปาก
“เรื่องการเรียนไม่อาจหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยง เข้าใจหรือไม่? ผัดผ่อนไปวันแล้ววันเล่า แล้วจะเริ่มทำให้ดีเมื่อไหร่ เจ้าแอบเกียจคร้านวันหนึ่ง ก็จะแอบเกียจคร้านได้อีกครั้ง รอจนเจ้าแอบเกียจคร้านจนชินชาแล้ว เจ้าก็จะเคยชินกับเรื่องพวกนี้ ต่อไปก็ไม่ใส่ใจต่อการเรียน