ยู่ห่าง ๆ ไปเลยนะ”
ทำไมเขาถึงดูกลัวผมขนาดนั้นกัน?
“เทอร์แรนซ์?”
ไคล์เดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน เขามองเทอร์แรนซ์ด้วยสีหน้าสับสน
“นายเพิ่งออกมาจากเกตเหรอ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ…?”
“เปล่า ฉัน…”
เทอร์แรนซ์จ้องมองผม ดวงตาของเขาสั่นไหวอีกครั้ง ยิ่งเขามองนานเท่าไหร่ ความหวาดกลัวยิ่งปรากฏชัดออกทางสีหน้ามากขึ้น จากนั้นก็หันไปมองไคล์แล้ว ริมฝีปากเอ่ยออกมา
“พวกนายสองคน… ไม่ปกติเลยสักคน”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินผ่านพวกเราสองคน มุ่งหน้าไปยังโซนเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ผมได้แต่ยืนมองการจากไปของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับไคล์ที่ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย?”
“…เขาคงได้รับผลข้างเคียงจากการลงเกตละมั้ง PTSD[1] เป็นผลข้างเคียงที่เจอได้บ่อยจนเป็นเรื่องปกติในสายงานเราอยู่แล้วน่ะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและฟังดูน่าเชื่อถือจนผมเกือบจะพยักหน้าคล้อยตาม จนกระทั่งผมตระหนักได้ว่าเขาพูดอะไรออกมา
PTSD? เป็นเรื่องปกติ…?
“มีอะไรรึเปล่า?”
ไคล์เอียงศีรษะอย่างใสซื่อ
“…ช่างมันเถอะ”
ผมเลิกพยายามทำความเข้าใจแล้วพยักหน้าส่งให้เฉย ๆ ก่อนจะบอกลาเขาและเดินกลับห้องทำงานของตัวเอง
‘ฉันคงไม่มีวันชินกับสามัญสำนึกของโลกใบนี้ได้หรอก’
ผมคิดว่าไม่มีวันตามที่ว่าไว้จริง ๆ นะ
“หือ?”
ผมหยุดเท