กเขา นางยกเก้าอี้ไม้ออกไปนั่งรออยู่หน้าเรือน ให้ลูกชายหลายคนจุดคบเพลิง เพื่อรอ ‘ทวงหนี้’ อย่างโจ่งแจ้ง
อยากได้ลูกสาวกลับไป?
ก็ได้ เอาเสบียงอาหารมาแลกกับลูกสาวก็สามารถรับคนกลับไปได้แล้ว
หากไม่เอาเสบียงมาแลกก็คุมตัวคนไว้ ให้ลูกสาวของพวกเขาอยู่ทำงานที่เรือนสกุลจูสักหลายวัน รอจนชดใช้อาหารที่กินไปหมดแล้วค่อยปล่อยคน
เย่อวี๋หรานพูดเสียงเย็นไม่กี่ประโยคก็จัดการเรื่องราวได้แล้ว
วันถัดมาก็มีเสียงเล่าลือในหมู่บ้านสกุลจู
“ได้ยินหรือยัง เมื่อวานนี้มีแม่นางน้อยจากหมู่บ้านข้างเคียงมาเล่นกับเสี่ยวเม่ยบ้านหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่กลับถูกนางคุมตัวไว้ ให้ครอบครัวเอาเสบียงอาหารมาแลกคน”
“ไม่หรอกมั้ง?!”
“ไม่ใช่อะไรกัน เป็นเช่นนั้นแหละ เรือนข้าอยู่ข้าง ๆ เรือนของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่ใช่รึ? ยามค่ำฟ้ามืด จุดคบเพลิงกันเสียสว่างโร่เชียวล่ะ”
“ทำไมข้าไม่ได้ยินเสียงเลยล่ะ? จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“หากรอจนเจ้าได้ยินเรื่องก็คงจบไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้เล่ห์กลของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ลึกล้ำกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ถ้าเป็นสมัยก่อนนางยังมาโวยวายใส่เจ้าอยู่บ้าง ตอนนี้ไม่ทันไรก็ถือมีดมาหา ผู้ใดยังจะมาเปลืองน้ำลายกับเจ้า?”
……
คำกล่าวที่ว่า ‘ถือมีดมาหา’ ทำให้ทุกคนนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นที่ได้เห็นกับตาตัวเองว่าเย่อวี๋หรานถือมีดหั่นผักบุกไปถึงเรือนจูถงฮว่าและฟันประตูเรือนเสียพังยับ
หลังเกิดเรื่อง มีคนวิ่งไปที่เรือนของจูถงฮว่าเพื่อดูมีดที่ถูกโ