“ข้าเอาของไปแลกต่างหาก”
จากนั้นก็เล่าเรื่องที่นางใช้ประโยชน์จากน้ำเชื่อมผลไม้ โดยให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเป็นตัวกลางป่าวประกาศในหมู่เด็ก ๆ เพื่อก่อกวนจนพวกผู้ใหญ่ที่บ้านต้องเอาของกินเล็กน้อยออกมาแลกกับน้ำเชื่อมผลไม้
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก เดิมทีน้ำเชื่อมผลไม้ก็ไม่ได้ใช้เงินซื้อมาอยู่แล้ว คนอื่นก็ไม่มีเงิน จึงเอาสิ่งของมากมายออกมาแลกเพื่อจะได้ชิมสักคำ
“ตอนนี้ทุกคนล้วนลำบาก ดังนั้นจึงกำหนดขั้นต่ำเอาไว้ ข้าลองคำนวณแล้ว น้ำเชื่อมผลไม้ก็มีแต่แป้งที่ใช้เงินซื้อ ขอแค่ไม่ขาดทุนค่าแป้ง ข้าก็แลกทั้งนั้น เจ้าสิ่งนี้อย่างไรก็ถูกกว่าถังหูลู่[1] ที่ราคาไม้ละสองเหรียญอยู่แล้วกระมัง?
“น้ำเชื่อมผลไม้หนึ่งช้อนใช้ใบไม้สะอาดห่อเอาไว้ เด็กหลายคนในครอบครัวแบ่งปันกันกิน จะมากน้อยก็ถือว่าเป็นของหวาน หรือถ้าตัดใจไม่ได้จริง ๆ ก็เอามาช่วยเสริมรสอาหาร เปลี่ยนรสชาติบ้างก็ทำได้เหมือนกัน”
ว่ากันตามตรง เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าหลี่ซื่อจะมีหัวการค้าขนาดนี้ น้ำเชื่อมผลไม้แค่นั้นก็เอามาพลิกแพลงใช้งานได้หลากหลาย
นางว่าแล้วเชียว ทำไมหลี่ซื่อชอบกินน้ำเชื่อมผลไม้ขนาดนี้ เห็นทีไรเป็นต้องทำแทบทุกวัน ที่แท้ก็ไม่ได้ทำมากินเอง แต่นำมาใช้ ‘แลกเปลี่ยน’ เสบียงอาหาร
ภายหลังหลี่ซื่อยังเอาอย่างวิธีทำน้ำพริกปูของนาง ด้วยการละลายแป้งในน้ำ เคี่ยวออกมาจนข้นเหนียว เพียงแต่เย่อวี๋หรานรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ไม่ชอบกิน เห็นว่า