ารภาพอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านไปแล้ว” เย่อวี๋หรานพูด
“ท่านแม่พูดจริง ๆ นะเจ้าคะ ท่านแม่จะไม่โกรธนะ?” หลี่ซื่อมองสีหน้าของนางอย่างระมัดระวัง
เย่อวี๋หรานสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “พูดออกมาตามตรงก็พอ”
“ข้าแค่เอามันเทศแผ่นที่ตากอยู่ไปนิดหน่อย…” หลี่ซื่อพูดเสียงเบา รีบร้อนอธิบายต่อ “ท่านแม่ ข้าเอาไปไม่เยอะจริง ๆ แค่ถ้วยเดียวเท่านั้น ถ้วยเดียวเจ้าค่ะ ข้าก็รู้ว่าในเรือนมีอาหารอยู่ไม่มาก พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง กับน้องสะใภ้ห้าก็คงจะเอาไปเหมือนกัน ข้ากลัวว่าท่านแม่จะจับได้จึงไม่ได้หยิบเยอะ ข้ากล้ารับประกันว่าข้าเอาไปน้อยกว่าพวกนางแน่ ๆ”
เย่อวี๋หรานโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของหลี่ซื่อ นางเอาไปน้อยก็คือทำถูกแล้ว?
แค่หยิบไปน้อยกว่าก็ถือว่าไม่ได้ขโมยอาหารในเรือนแล้วอย่างนั้นหรือ?
ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้นางตกปากรับคำไปแล้ว นางก็อยากจะสั่งสอนลูกสะใภ้คนนี้สักหน่อย
“ถ้วยใหญ่แค่ไหน?”
ท่าทางของหลี่ซื่ออ่อนลงทันใด “ถ้วยน้ำแกงใบใหญ่…แต่ว่านะท่านแม่ ข้าไม่ได้หยิบเต็มถ้วย ใส่ลงไปได้ค่อนถ้วยก็ไม่ได้หยิบเพิ่มแล้ว”
“เฮอะ ๆ!”
หลี่ซื่อร้อนใจแล้ว “ท่านแม่ ท่านเพิ่งพูดว่าจะไม่โกรธเองนะ? ท่านพูดเองว่าถ้าข้าสารภาพออกมาตามตรง เรื่องนี้ก็ให้ผ่านไป?”
“แบบเจ้าคือพูดตามตรงอย่างนั้นหรือ? ข้าถามคำหนึ่ง เจ้าค่อยยอมพูดคำหนึ่ง นี่ก็คือสารภาพอย่างตรงไปตรงมา? ข้าถามเจ้าหน่อย ถ้าบ้านมารดาเจ้าม