านไม่วางใจ บอกนางว่าให้เก็บไว้ในห้องตนเอง ยังไม่ลืมกำชับว่าของสิ่งนี้ถ้ากินก่อนถึงเวลาที่เหมาะสมจะไม่สบายเอาได้ง่าย ๆ อย่าเห็นแก่กินจนทำให้ตนเองล้มป่วย
หลี่ซื่อรีบยิ้มรับ “ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่แอบกินแน่นอน ถึงข้าจะล้อเล่นแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาเด็กในท้องตัวเองมาล้อเล่นแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ข้าต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้ว แต่ข้ากลัวว่าคนอื่นจะแอบกิน เจ้าบอกคนอื่น ๆ ด้วย เสร็จแล้วก็กลับมาช่วยข้าชำแหละปู”
“ยังต้องชำแหละอีกหรือ?” หลี่ซื่อประหลาดใจ ไม่ใช่ว่าทำเสร็จไปแล้วหรือ?
“ในหม้อยังมีที่นึ่งไว้อยู่ เป็นของกินเย็นนี้”
หลี่ซื่อยินดีปรีดา “ท่านแม่ ตอนเย็นข้ากินได้ใช่ไหมเจ้าคะ? ข้ารู้ว่าข้าตั้งครรภ์อยู่ ข้าแค่จะชิมหน่อยเดียว ชิมนิดเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมองนางอย่างหมั่นไส้ “ต้องได้กินนิดเดียวอยู่แล้ว เดิมก็ไม่ได้มีมาก แบ่งกันกินก็เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้ว”
สาเหตุที่เย่อวี๋หรานยังใจเย็น ไม่กลัวว่าจะมีคนแอบครูพักลักจำวิธีทำน้ำพริกปู ย่อมเป็นเพราะว่าในยุคนี้ยังไม่มีเครื่องปรุงรสครบครัน ที่นางทำคือสูตรง่าย ๆ ทำออกมาแล้วรสชาติก็ไม่ได้ดีมากนัก
รอจนครอบครัวมีฐานะดีขึ้นแล้ว นางอยากทำน้ำพริกปูที่ดีกว่านี้หน่อย ถึงตอนนั้นก็คงต้องระวังเรื่องสูตรลับ
หลังนึ่งปูจนสุกแล้ว นางก็ให้หลิ่วซื่อกับหลี่ซื่อช่วยแกะเนื้อปู
กลิ่นหอมจากปูนั้น หากพูดกันตามจริงแล้ว อย่าว่าแต่หลี่ซื่อจอมตะกละเลย ต่อให้เป็นหลิ