จะบอกได้แล้ว
ทุกครัวเรือนล้วนเลี้ยงไก่ แต่ไม่สะดวกให้พวกมันออกไปเดินเพ่นพ่าน เนื่องจากหน้าเรือนท้ายเรือนล้วนเป็นสวนผัก ปล่อยออกไปสวนผักก็คงถึงคราววินาศ
การปล่อยไก่เดินเพ่นพ่านสามารถสร้างปัญหาขึ้นได้ไม่น้อย เรือนไหนคิดจะปล่อยไก่ออกไปก็ต้องระมัดระวังให้ดี ไม่เพียงต้องระวังว่าไก่จะไปทำลายสวนผักของใครเข้า แต่ยังเป็นไปได้ว่าไก่อาจหายไปอีกด้วย
ไม่มีใครอยากเสียค่าชดเชยให้สวนผักผู้อื่น ดังนั้นเล้าไก่ท้ายเรือนจึงเลี้ยงไก่อยู่แค่สองสามตัวก็พอแล้ว
แต่เจ้าของร่างเดิมต่างออกไป เจ้าของร่างเดิมมุ่งมั่นจะหาเงินให้ได้มาก ๆ จะได้ไหว้วานคนเพื่อส่งจูปาเม่ยเข้าบ้านสกุลใหญ่ที่ดีหน่อย จึงเลี้ยงเยอะขึ้นอีกหลายตัว
แต่นางอาจลืมไปว่า ไม่ใช่ไก่ทุกตัวที่ให้อาหารแล้วจะยอมกิน โดยเฉพาะไก่หลายตัวที่แออัดอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่นนั้น…
ชีวิตคนสมัยโบราณค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก หากหาสาเหตุไม่ได้ก็บอกว่าไก่ตัวนี้ไม่ดี ชุดนี้ใช้การไม่ได้ คราวหน้าเปลี่ยนชุดใหม่ที่ใช้การได้ก็พอแล้ว
เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนไก่มาหลายชุดแล้วแต่ก็ยังเลี้ยงไม่รอด
“แต่พวกเรามีเนื้อมาเลี้ยงไก่มากขนาดนั้นที่ไหนกันเจ้าคะ?” หลินซื่อบ่นอุบ “ถ้ามีเนื้อป้อนไก่ พวกเราเอามากินเองดีกว่า”
“ใช่ น้องสะใภ้ห้าพูดถูก” หลี่ซื่อว่า “ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่สู้พวกเราเลี้ยงให้น้อยลงสักหลายตัว ให้ได้ไข่สักฟองก็พอแล้ว”
เย่อวี๋หรานมองพวกนาง ไม่เอ่ยเอื้อนสิ่ง