ใด
หลินซื่อกับหลี่ซื่อยืนพูดอยู่ตรงนั้นกันจนเพลิน เล่าประสบการณ์การเลี้ยงไก่จากบ้านเดิมของพวกนางว่าต้องเลี้ยงอย่างไรบ้างจึงจะเลี้ยงได้ดี
เย่อวี๋หรานเห็นว่าไก่กินอาหารไปพอสมควรแล้ว ในใจรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร จึงไม่ได้เสียเวลาอยู่ท้ายเรือนอีก บอกให้หลินซื่อทำงานต่อ และเรียกหลี่ซื่อไปเดินเล่นบริเวณริมลำธารเล็ก ๆ ด้วยกันกับนาง
“ท่านแม่ ไปที่นั่นทำไมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อยังไม่ลืมพกย่ามผ้าของนางมาด้วย
ถึงลำธารน้อยจะไม่มีอะไร ถ้ามีของกินก็คงจะถูกพวกเด็กกลุ่มนั้นเอามาเล่นกันหมดแล้ว แต่ถ้าเกิดมีขึ้นมาล่ะ?
“ท่านแม่ ต้องเอาตะกร้าไม้ไผ่ไปด้วยไหมเจ้าคะ? พวกเรางมหอยขมกลับมาสักหน่อย? ถ้าพวกเราโชคดีก็อาจเก็บหอยโข่งที่ตัวใหญ่หน่อยได้ด้วย”
หอยโข่งที่หลี่ซื่อพูดถึงก็คือหอยที่เติบโตอยู่ตามขอบของแหล่งน้ำ ตัวใหญ่หน่อยมีขนาดเท่าไข่ไก่ครึ่งฟอง เป็นคนละชนิดกันกับหอยขมที่มีขนาดเท่านิ้วโป้ง
หอยโข่งชนิดนี้ก็แค่ดูแล้วเปลือกใหญ่ เนื้อกลับไม่เยอะ แต่เทียบกับชนิดที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่างมกลับมาแล้วมีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อชาวนาลงไปทำงานในท้องทุ่ง หากผ่านบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำก็มักจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ดูว่าจะสามารถเก็บหอยโข่งแถวนั้นได้หรือไม่
“เอาไปด้วยเถอะ” เย่อวี๋หรานย่อมรู้ว่าหอยโข่งไม่ได้หาเจอได้ง่าย ๆ แต่นางไม่ได้ไปเพื่อเก็บหอยโข่ง แต่ไปเพื่อปลาเล็กกุ้งเล็กหรือปูในลำธารเหล่านั้นต่างหาก
นางจำได้ชัดเจนว่า