นี้มาตลอด นางทนนอนบนเตียงเดียวกับตาเฒ่าผู้นี้ไม่ได้จริง ๆ
ไม่พูดถึงว่าเขาจะทำอะไรตนเองหรือไม่ ลำพังท่าทางไม่เอาไหนของเขา นางกลัวว่าวันไหนตนเองจะทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมากลางดึกพลั้งมือตีเขาตายไปเสีย
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าเพื่อเขาหรือว่าเพื่อตัวนางเองก็ต้องแยกเขากับนางออกจากกัน
เรื่องของจูชีสามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างอันยอดเยี่ยมได้พอดี นางไม่คิดว่าจูเหล่าโถวจะปฏิเสธ
“ข้านอนกับท่านแม่ ให้ท่านพ่อนอนห้องพี่เจ็ด?” ได้ยินว่าตนเองไม่ต้องนอนห้องของพี่เจ็ด จูปาเม่ยครุ่นคิดเล็กน้อยก็ตอบตกลง
ห้องนอนของบิดามารดามีหน้าต่าง ยังดีกว่าห้องของนางเสียอีก หลับสบายยิ่งนัก
จูปาเม่ยกลับเรือนไปก่อน รีบเข้าไปในห้องเอาสิ่งของบนเตียงตัวเองลงมา จัดการความเรียบร้อยไปรอบหนึ่ง
จูเหล่าโถวเห็นจูต้ากับจูเอ้อร์แบกคนไปทางห้องนอนของตัวเองก็ออกจะประหลาดใจ “ทำไมแบกมาทางนี้ ไม่ส่งเขากลับห้องตัวเองล่ะ?”
จูต้ากับจูเอ้อร์ไม่กล้าตอบ
“เจ้าเจ็ดเป็นแบบนี้ เจ้าวางใจให้เขานอนคนเดียวหรือ? ข้าให้เขานอนห้องเสี่ยวเม่ย” เย่อวี๋หรานเดินเข้ามา ส่งสัญญาณให้สองพี่น้องแบกคนเข้าไปได้
จูต้ากับจูเอ้อร์เห็นจูเหล่าโถวไม่ได้คัดค้านอีกก็ปฏิบัติตามคำของมารดา
เข้าไปในห้องจึงทราบว่าประตูบานที่อยู่ในห้องค่อนข้างเล็ก ไม่อาจหามไม้กระดานเข้าไปได้
พวกเขาวางไม้กระดานไว้บนโต๊ะ คนหนึ่งแบกหัว คนหนึ่งแบกท้าย เคลื่อนย้ายจูชีเข้าไปข้างใน ก่อนจะวางคนลงบนเตียงของจูปาเม่