ย
“รองเท้า ๆ ถอดรองเท้า ผ้าห่มของข้าเป็นของดี ทำมาจากผ้าฝ้ายเชียวนะ” จูปาเม่ยว่า
จูต้านั่งลงอย่างเงียบ ๆ ช่วยถอดรองเท้าให้จูชี
จูปาเม่ยพัดตรงจมูก “พี่เจ็ด ท่านเหม็นมาก ไม่ได้ล้างเท้ามานานแล้วใช่ไหมเนี่ย?”
จูชีกะพริบตาอย่างไรเดียงสา “ล้างแล้ว”
“ล้างตอนไหน?”
“วันนี้ ข้าไปเล่นน้ำในลำธารมา”
“นั่นคือล้างแล้ว? สวรรค์ พี่เจ็ด ท่านต้องตักน้ำมาล้างเท้าก่อนขึ้นเตียงทุกวันเลยนะ ไม่อย่างนั้นเหม็นตายกันพอดี…” นึกถึงตอนก่อนหน้านี้ในเรือนของหมอชาวบ้าน พี่เจ็ดของนางสวมรองเท้านอนบนเตียง จูปาเม่ยก็ไม่นึกยินดี
ถ้าถอดออก นางอยู่ที่นั่นจะต้องทรมานเพียงใด?
จูเหล่าโถวเดินไปถึงข้างกายเย่อวี๋หราน และพูดว่า “เจ้าเอ็นดูเสี่ยวเม่ยขนาดนั้น ตัดใจให้นางไปนอนห้องเจ้าเจ็ดลงรึ?”
“ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร?” เย่อวี๋หรานขมวดคิ้วท่าทางลำบากใจ “เจ้าเจ็ดเป็นเสียอย่างนี้จะไม่สนใจก็คงไม่ได้? ถึงเสี่ยวเม่ยจะไม่เต็มใจก็ต้องยอมหลีกทางให้ใช้เตียงนางอยู่ดี ไม่อย่างนั้น คงไม่อาจให้เจ้าเจ็ดนอนบนเตียงของพวกเรากระมัง?”
“นั่นจะได้อย่างไรกัน? จูชีนอนบนเตียงของพวกเราแล้วใครจะปรนนิบัติเขา? เขาโตขนาดนี้แล้ว เจ้าก็คงจะนอนเตียงเดียวกับเขาไม่ได้ ถึงเวลามาไม่ใช่ว่าข้าต้องเป็นคนดูแลรึ ข้าไม่เอาหรอก ข้าลำบากลำบนเลี้ยงเขามาจนโต ไม่ใช่เพื่อจะมาปรนนิบัติเขาล้างหน้าขับถ่ายเอาตอนแก่หรอกนะ…”
เฮอะ ๆ! เย่อวี๋หรานอยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาจริง ๆ “ก็ได้