ใหญ่ในเมืองอยู่แล้ว มีคนคอยปรนนิบัติทุกอย่าง งานบ้านงานเรือนไม่เคยแตะต้อง ฟางข้าวแบบเจ้าข้าก็อยากเป็นเหมือนกัน”
“ท่านแม่ก็แค่ชี้นิ้วสั่งงานพี่สะใภ้เหมือนกัน ข้าดูแล้วท่านก็ไม่ได้ลำบากสักหน่อย”
“เฮอะ ๆ! ข้าอายุปูนนี้แล้ว ไม่อาจเสพสุขจากการมีลูกสาว ยังไม่อาจเสพสุขจากการมีลูกสะใภ้ด้วยรึ?”
……
หลิวซื่อกับหลินซื่อที่อยู่ข้างนอก “…” แม่สามี ที่แท้ท่านไม่สามารถเสพสุขจากการมีลูกสาวก็เลยมาทรมานพวกข้าอย่างนั้นหรือ?
ที่จริงท่านไม่ต้องเสพสุขก็ได้นะ
จูชีสลบไสลนานทีเดียว หมอชาวบ้านเขียนใบสั่งยาได้สองหน้าแล้วก็ยังไม่ฟื้น
เย่อวี๋หรานมองสีท้องฟ้า คิดว่าคงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว จึงให้จูปาเม่ยอยู่ดูแลจูชี ส่วนตนเองพาหลิวซื่อกับหลินซื่อกลับเรือนไปทำอาหารเย็น
ยังไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณจูซื่อหู่กับจูอู่จ้วงที่ตามนางตะลอนไปตะลอนมา บอกพวกเขาว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็กลับเรือนได้เลย คนที่เรือนจะได้ไม่เป็นห่วง
“ขอรับ ท่านป้า” หลังได้รับอนุญาตให้จากไปได้แล้ว จูซื่อหู่และจูอู่จ้วงก็รีบกลับเรือนทันที
พวกเขาอยากไปนานแล้ว แต่ท่านป้าไม่ออกปาก พวกเขาก็ไม่กล้าไป
พวกเขาแน่ใจว่า ถ้าพวกเขากลับไปเล่าให้ท่านปู่ ท่านย่า รวมถึงท่านพ่อท่านแม่ฟังว่า ที่พวกเขาเสียเวลาอยู่ข้างนอกนานขนาดนี้ก็เพราะท่านป้ารั้งตัวไว้ ทุกคนจะต้องไม่เชื่อแน่นอน
“นางหรือ? แตกหักกับพวกเราไปตั้งนานแล้ว นางยังมีหน้ามาสั่งพวกเจ้า? นางไม่ละอายใจหรือไร?”
“ท่านแม่