?”
ไม่ว่าจะเป็นจูปาเม่ยที่อยู่ในห้อง หรือว่าหลิวซื่อ หลินซื่อ จูซื่อหู่ และจูอู่จ้วงที่อยู่ข้างนอก พวกเขาล้วนได้ยินกันหมด
พวกเขาไม่รู้หรอกว่าการรักษาจูชีต้องใช้เงินเท่าไหร่ แต่คำว่า ‘โสมคน’ ก็ทำให้ในใจพวกเขามีคำตอบแล้ว ก็เหมือนคำกล่าวประโยคนั้นของจูเหล่าโถว ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าโสมคนมีหน้าตาอย่างไร
อย่าว่าแต่เขาจะไม่เคยพบเคยเห็น เกรงว่าคนมากมายในหมู่บ้านสกุลจูคงมีแค่ไม่กี่คนที่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านแม่…” จูปาเม่ยร้อนใจอยู่บ้าง แต่นางไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ครอบครัวเดิมก็ยากจนข้นแค้น นางกินไข่วันละฟองก็คือฟุ่มเฟือย พี่สะใภ้หลายคนมีคำพูดอยู่เต็มท้อง แต่มารดาของนางยังจะรักษาพี่เจ็ด คงไม่ใช่ว่าต่อไปกระทั่งไข่ไก่นางก็ไม่มีโอกาสได้กินแล้วหรอกหรือ?
คิดถึงตรงนี้ นางก็ว้าวุ่นใจขึ้นมา
ถ้าแม้แต่ไข่ไก่ยังกินไม่ได้ มารดาของนางจะสามารถสะสมเงินทองส่งนางไปเป็นสาวใช้บ้านสกุลใหญ่อยู่อีกหรือ?
“เงียบ!” เย่อวี๋หรานตวาดจูปาเม่ย “เจ้าเจ็ดเป็นคนสมองทึ่มแล้วจะทำไม? แค่สมองทึ่มก็ถือว่าไม่ใช่ชีวิต ไม่ต้องรักษาแล้ว? เขาไม่ใช่ลูกชายของเจ้าอย่างนั้นเรอะ?”
“ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น…”
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น เจ้าคิดว่าถึงอย่างไรเจ้าเจ็ดก็เป็นเด็กสมองทึ่ม รักษาไปก็เท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา ข้าก็ถามเจ้าหน่อยเถอะว่าถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นในครอบครัวเรา เจ้ายังจะรักษาอยู่ไหม?” สีหน้าของเย่อวี๋