็บอาหารไว้ให้เจ้า ข้าเสี่ยงถูกท่านแม่ตำหนิเชียวนะ เจ้าต้องพึ่งพาได้ อย่าไปทำให้ท่านแม่โมโห ทำตัวว่านอนสอนง่ายหน่อย
จูปาเม่ยเบ้าตาแดงก่ำ กล่าวอย่างจริงใจว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้สี่ ดีที่ท่านไม่เย็นชาไร้น้ำใจเหมือนพี่สะใภ้คนอื่น ๆ ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
ตอนที่แสดงความขอบคุณก็ยังไม่เลิกนิสัยเก่า ๆ กดพี่สะใภ้คนอื่นอีกครั้ง ยกย่องอีกคนให้สูง กดคนอื่นให้ดูแย่
เคราะห์ดีที่หลี่ซื่อไม่ได้ละเอียดอ่อนขนาดนั้น นางแค่คิดว่า ข้าเป็นคนที่ดีที่สุดในบรรดาลูกสะใภ้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา ไม่อย่างนั้นแม่สามีจะโปรดปรานข้าที่สุดหรือ ทั้งยังมอบหมายหน้าที่สำคัญขนาดนี้ให้ข้าทำอีกหรือ?
หลี่ซื่อหันกลับไปก็เห็นสะใภ้ห้าหลินซื่อพ่นวาจาใส่หน้านางว่า “ซื้อใจคน”
“เฮอะ!” หลี่ซื่อคร้านจะสนใจนาง เบียดไหล่เดินผ่านไป
หลินซื่อหงุดหงิดจนทนไม่ไหว “เจ้ารอเถอะ ข้าจะฟ้องท่านแม่”
หลี่ซื่อพูดโดยไม่หันกลับไปมองขณะเอ่ยว่า “แล้วแต่เจ้า”
หลินซื่อโมโหจนหน้าหงิก หลี่ซื่อผู้นี้เกินไปแล้วจริง ๆ ช่างไม่เห็นนางอยู่ในสายตา!
หลี่ซื่อเข้าไปในห้องก็ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูจูซื่อ บอกกล่าวเสียงเบาว่า “ท่านแม่ให้เจ้าไปขนฟืนให้เสี่ยวเม่ย อย่าให้เสี่ยวเม่ยกับคนอื่นรู้ เป็นภารกิจลับ”
จูซื่อฟังแล้วก็กระซิบว่า “ท่านแม่เอ็นดูเสี่ยวเม่ยที่สุดจริง ๆ ด้วย”
เขายังคิดว่าจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เสี่ยวเม่ยจะหัวเน่าแล้วเสียอีก
กลายเป็น