ิ่งยโส’ แต่ไม่ถึงขั้นโง่งมเหมือนหมู นางทราบว่าที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้านของนางคือใคร เมื่อไม่มีคนผู้นี้แล้ว นางยังจะทำเหมือนในอดีตที่ ‘เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน’ อยู่อีกหรือ?
ไม่!
ไม่ได้แน่นอน
เย่อวี๋หรานหาได้ใจอ่อนง่าย ๆ และเข้าใจชัดเจนดุจเดียวกันว่า ถ้าต้องการให้จูปาเม่ยอยู่ในโอวาทก็ต้องใจร้ายกับนางสักครั้ง จัดการให้เด็ดขาดในคราวเดียว
ถ้าครั้งนี้ยอมถอยให้ง่าย ๆ ก็จะมีครั้งที่สองตามมา หลายครั้งเข้า ไม่ว่านางหรือจูปาเม่ยต่างก็ ‘ชินชา’ เสียแล้ว ถึงยามนั้นคิดจะสั่งสอนจูปาเม่ยก็ไม่ง่ายแล้ว
“ฮือ ๆๆ…ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ท่านยกโทษให้ข้าเถอะนะเจ้าคะ!” จูปาเม่ยคิดไม่ถึงว่านางร้องไห้จนขนาดนี้แล้ว ท่านแม่ก็ยังไม่ใจอ่อน
หรือว่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับคนอื่น วันนี้ก็จะมาเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว?
นี่ก็คือกรรมตามสนองจากการที่นางละเลยการขอความช่วยเหลือของบรรดาพี่สะใภ้กับพี่ชายอย่างนั้นหรือ?
นางยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งปวดใจ ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งจิตใจหนาวเหน็บ
“ท่านแม่ ท่านเคยพูดว่าลูกสาวคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก จะต้องทะนุถนอมไว้ให้ดีไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าเช่นนี้?” นางเงยใบหน้าซึ่งเล็กเท่าฝ่ามือ น้ำตาไหลอาบแก้ม ซักไซ้สตรีใจร้ายผู้นี้
ที่แล้วมา ท่านแม่โกหกนางอย่างนั้นหรือ?
คนอื่น ๆ ในครอบครัวสกุลจูคิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่จูปาเม่ยน่าเวทนาเช่นนี้ เพราะว่าในความทรงจำของพวกเขา จูปาเม่ยมัก