ใช่ทางที่ใช้กันปกติ เจ้าไม่รู้หรือว่าเมื่อก่อนมีคนตายในภูเขาไท่ตังมาตั้งกี่คนแล้ว? ตายกันไปเยอะขนาดนั้น เจ้าก็ไม่มีสมองคิดสักหน่อยหรือ?”
ได้ยินพ่อสามีด่า แต่หลี่ซื่อไม่ขานรับแล้ว พลางแอบบ่นในใจว่า แน่จริงท่านก็ไปตะโกนต่อหน้าแม่สามีสิ ท่านกล้าหรือไม่?
เชอะ!
มาขึ้นเสียงใส่ข้า มีประโยชน์หรือ?
รอท่านดุกว่าแม่สามีแล้วค่อยมาว่ากันใหม่เถอะ
ตอนเริ่มขุดผักป่ากลับไม่รู้สึกว่าเดินเข้าไปลึกสักเท่าไหร่ กระทั่งหลี่ซื่อแบกตะกร้ากลับออกมาจากในป่า จึงพบว่าพวกนางเข้าไปค่อนข้างลึกจริง ๆ นั่นแหละ
ถ้าไม่ใช่เพราะบนพื้นยังมีร่องรอยที่พวกนางขุดผักหลงเหลืออยู่ เกรงว่าคงหลงทางไปแล้ว
ยิ่งเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ จูเหล่าโถวก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ตอนที่เขากำลังจะบอกให้หลี่ซื่อไม่ต้องไปต่อแล้ว ในที่สุดหลี่ซื่อก็พูดว่า “ถึงแล้ว”
หลังจากนั้นก็ผละออกจากพวกเขาไปอย่างหน้าชื่นตาบาน สองขาวิ่งออกไปข้างหน้า
“ท่านแม่ ข้าพาพวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานนั่งอยู่ข้างกองมันเทศ แทะมันเทศครึ่งลูก ใกล้จะถึงเวลาอาหารเที่ยงอยู่รอมร่อ ยุ่งมาตลอดช่วงเช้า จะไม่หิวอย่างไรไหว?
“มากันแล้ว? ลงมือเถอะ รีบขุด” เย่อวี๋หรานยืนขึ้น บอกกับพวกเขาว่าตรงไหนคือใบมันเทศ เริ่มควรขุดจากตรงไหน
จูซื่อมีสีหน้าประหลาดใจ “ข้านึกว่าเจ้าผลแบบนี้จะงอกอยู่บนต้นเสียอีก ที่แท้ก็หาเอาจากในดิน มิน่าล่ะเมียข้าถึงให้เอาจอบอันเล็กมาด้วย”
จอบของยุคสมัยนี้ยังเรียบง่ายอ