รัวจนสะอาดสะอ้าน ต่อให้มีหนูเข้ามาก็หาของกินไม่เจอ
เมื่อนางกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งก็จับจ้องตะกร้าบนคานจนตาเป็นมัน กลิ่นหอมขนาดนี้ ข้างในต้องเป็นของกินแน่ ๆ
วันถัดมา เย่อวี๋หรานตื่นขึ้นมาตอนฟ้าสาง
นางไม่มีทางตื่นเช้าขนาดนี้ได้แน่ คงเป็นความเคยชินของเจ้าของร่างเดิมเสียมากกว่า
นอนสักพักก็ได้ยินเสียงดังมาจากในเรือนจึงรีบลุกขึ้นมาจากเตียง
“เมียเจ้าใหญ่ เจ้าตื่นเช้าขนาดนี้เชียว?”
ที่แท้ก็เป็นหลิ่วซื่อ นางถือตะกร้าแบกหลังกับมีดพร้า ท่าทางเหมือนจะออกไปข้างนอก
“ท่านแม่ ท่านตื่นแล้วหรือ”
“เก็บหญ้าเลี้ยงหมู?” เย่อวี๋หรานนึกขึ้นมาได้ แม้ว่างานหลายอย่างในบ้านล้วนผลัดเวรกันทำ แต่งานตัดหญ้าเลี้ยงหมูกลับเป็นหน้าที่ของหลิ่วซื่อตลอดมา
เหตุผลนั้นเรียบง่าย นั่นเพราะว่านางคลอดลูกชายสองคนมาแล้ว ในฐานะแม่คน ก็ต้องลงแรงมากขึ้นอีกหน่อยเพื่อเลี้ยงลูกชาย
“อื้ม ท่านแม่ ข้าไปแล้วนะเจ้าคะ”
เย่อวี๋หรานค้นหาคนคนนี้ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สะใภ้ใหญ่ที่เชื่อฟังขยันขันแข็ง หากแต่มักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป
เชื่อฟังก็เชื่อฟังอยู่หรอก แต่จะเชื่อฟังเกินไปไหม?
เหมือนท่อนไม้ที่ไม่มีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ให้ทำสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้น นางยังใช่คนอยู่หรือ?
“ท่านแม่”
เมื่อหันกลับไปก็พบว่าหลิวซื่อยืนอยู่ด้านหลัง
ดูเอาเถอะ เจ้าคนที่ชอบพูดอู้อี้ไปมาเงียบกริบผู้นี้ บางทีก็ทำให้คนตกใจได้เหมือนกัน
“เป็นเจ้านี่เอง วันนี้เจ้าไม่ไ