ของเด็กทั้งสองไม่ได้ ก็ได้แต่หยิบถ้วยลงมาจากหลังตู้และส่งให้พวกเขาไป
สองพี่น้องดีใจจนออกนอกหน้า รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีงามที่สุดในชีวิตแล้ว เจ้ากินคำหนึ่ง ข้ากินคำหนึ่ง ผลัดกันกิน
แน่นอนว่าย่อมมีทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดา ยกตัวอย่างเช่นคนหนึ่งอยากกินมากกว่านั้นอีกหน่อย ก็ปาดน้ำเชื่อมข้น ๆ ขึ้นมาคำโต ไม่คาดว่าอีกคนจะเห็นเข้าและรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบ ก็ปาดคำใหญ่ขึ้นมาดุจเดียวกัน
พวกเขายึดครองเตียงของบิดามารดา วุ่นวายกันอย่างเบิกบานใจ
หลิ่วซื่อนั่งอยู่บนเตียงเล็ก สีหน้ายิ้มแย้มมองเด็กทั้งสองและตกอยู่ในภวังค์
จูต้าพลันแตะแขนนางเบาๆ
นางได้สติกลับมา “อะไรหรือ? ง่วงแล้ว? เจ้ารอเดี๋ยว เด็กสองคนนี้กินเสร็จก็จะนอนแล้ว”
“เจ้าว่าพวกเราต้องพูดกับท่านแม่ไหมว่าเด็กสองคนนี้โตแล้ว ให้พวกเขาแยกไปนอนในห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดด้านหลังกันตามลำพัง?” จูต้ากล่าวอย่างกลัดกลุ้ม
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เขาไม่ได้คิดมาแค่วันเดียว
เด็กน้อยสองคนโตแล้ว เขาอยากจะใกล้ชิดกับภรรยาสักหน่อยก็ลำบากนัก อดกลั้นมานานจะไม่ให้คิดเลยเชียวหรือ
ครั้นคิดขึ้นมาแล้วก็ต้องหาทางแก้ไข เป็นต้นว่าเอาพวกเขาออกไป
ในบ้านไม่มีห้องอื่นอีกแล้ว ถ้าไม่ให้พวกเขาไปเบียดกับน้องเจ็ด ก็ต้องให้พวกเขาไปนอนที่ห้องเก็บของเบ็ดเตล็ด ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว
ครั้นได้ยินเขาพูดถึงห้องเก็บของเบ็ดเตล็ด หลิ่วซื่อก็นึกขึ้นมาได้
ด้านหลังเรือนสกุลจูยังมีห้องเก็บของเบ็ดเ