สีแดงที่อยากกินมานาน “ที่แท้รสชาติเปรี้ยวอมหวานนี่เอง มิน่าล่ะ ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า คนหนึ่งบอกเปรี้ยว คนหนึ่งบอกหวาน”
“ทำไมหวานล่ะ ใส่น้ำตาลด้วยหรือ?”
ความเคลื่อนไหวของจูซื่อรวดเร็วยิ่ง ไส้ผักในแป้งกรอบสองแผ่นแทบจะหกออกมา แต่เขาหัวไว เอาถ้วยมารองไว้ด้านล่างจะได้ไม่เสียของ
เขายัดเข้าไปในปากอย่างว่องไว รสเปรี้ยวหวานของน้ำเชื่อมผลไม้กับรสเค็มของหัวไชเท้าฝอยคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีกลิ่นหอมของไข่ไก่ รสชาตินั้นสุดยอดมากจริง ๆ
“อร่อย!”
กัดไปสามสี่คำ แป้งกรอบสองชิ้นที่ยัดไส้ผักก็ถูกเขาเอาเข้าปากจนหมด
ก็อร่อยอยู่หรอก แต่ว่ามีน้อยเกินไป แป้งกรอบหกแผ่นไม่กี่คำก็หมดแล้ว
จูซื่อมองไปทางหลี่ซื่อตาปริบ ฉวยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจพูดเสียงเบาว่า “ขอแป้งกรอบเจ้าสักแผ่นได้ไหม?”
หลี่ซื่อเพิ่งกินแป้งกรอบไปได้สองแผ่น หากแต่โปรดปรานยิ่งนัก แล้วจะตัดใจแบ่งให้ได้อย่างไร?
นางรีบปิดป้องถ้วยกับจานอาหารของตัวเอง และมองเขาอย่างระแวง “ไม่ได้! ตอนนี้ข้ากินปากเดียวสองชีวิต ไม่ได้เด็ดขาด”
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ากินลำบากอยู่บ้าง พวกเขายังเด็ก ความเคลื่อนไหวยังไม่คล่องแคล่ว ไม่อาจทำแบบพวกผู้ใหญ่ที่กินแป้งกรอบยัดไส้ผักไปพร้อม ๆ กันได้
กินแป้งกรอบหมดไปแผ่นหนึ่ง เศษอาหารก็หกลงถ้วยตรงหน้าพวกเขาไปกว่าครึ่ง
พวกเขาไม่ใช้ตะเกียบอีกต่อไป ประคองถ้วยและใช้มือหยิบกินแทน
“ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้น นี่คือแป้งกรอบ ไม่ใช่โจ๊ก กินมากไปเดี