๋ยวอาหารไม่ย่อย” ไม่ใช่ว่าเย่อวี๋หรานพูดช้า แต่พวกเขากินกันเร็วเกินไป ตอนนี้นางยังกินแป้งกรอบแผ่นเดียวไม่หมดด้วยซ้ำ
“ท่านแม่ ข้าว่าไม่ใช่อาหารไม่ย่อยหรอก แต่เป็นทุกคนกินไม่อิ่มกันมากกว่า”
จูซานกินส่วนของตัวเองหมดแล้ว เขาก็เหมือนกับจูซื่อ ได้แต่มองคนที่ยังกินไม่เสร็จตาละห้อย
ที่แย่กว่านั้นก็คือจูซื่อยังดีที่มีภรรยาอยู่ด้วย เขาจึงขอเพิ่มจากภรรยาได้ แต่ภรรยาของเขากลับบ้านเดิมไปแล้ว คิดจะขอกับใครก็ยาก
เย่อวี๋หรานกินแป้งกรอบชิ้นแรกหมดคำสุดท้าย จากนั้นหยิบแป้งกรอบมาเพิ่มอีกสองชิ้น แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางไว้ในถ้วย เติมหัวไชเท้าฝอยกับน้ำแกงลงไป จากนั้นค่อย ๆ แบ่งแป้งกรอบให้ทุกคนอีกคนละสองแผ่น ยกเว้นต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
นางแบ่งพลางพูดว่า “ถ้ากินไม่อิ่มก็เปลี่ยนวิธีกิน บิเป็นชิ้น ๆ เติมน้ำแกง ดื่มน้ำแกงให้มาก กินแป้งกรอบให้น้อย ในเรือนมีอาหารอยู่เท่านี้ แต่มีคนเยอะ ยังห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงอีกพักใหญ่ หากไม่กินให้ประหยัดหน่อย ถึงยามเก็บเกี่ยวไม่มีข้าวกิน พวกเจ้าจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาทำงาน?”
ถึงที่สุดนางก็ไม่อยากให้ทุกคนกินกันอย่างเต็มที่เกินไป แม้ว่านางจะมีนิ้วทองคำอยู่ แต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลา
ตอนนี้ได้แต่รังแกพวกเขาไปก่อน รอจนนิ้วทองคำของนางแสดงประโยชน์ออกมาได้อย่างแท้จริง ถึงตอนนั้นค่อยให้พวกเขาได้กินอิ่มท้อง กลัวแต่ว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเขาก็คงจะไม่อยากกินแล้ว
ทุกคนรู้สึกผิดหวั