ตัวเจ้า เจ้ามาบอกข้าได้เลย ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตแก่ๆ ของข้า ข้าก็จะช่วยเจ้าไถ่ตัวให้ได้”
คำพูดของผู้เฒ่าอวิ๋นทำให้ชุ่ยเหนียงรู้สึกดูถูกอยู่ในใจ พูดจาน่าฟังว่าจะช่วยนางไถ่ตัว หากมีใจจะช่วยนางจริงๆ ก็คงจ่ายเงินไถ่ตัวนางไปนานแล้ว เหตุใดจึงต้องมาเสแสร้งพูดจาเช่นนี้ด้วย
แต่นางก็ยังคงคารวะผู้เฒ่าอวิ๋น “ขอบพระคุณนายท่านผู้เฒ่าที่เมตตา หลังจากที่ชุ่ยเหนียงไปแล้ว ขอให้ท่านรักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ” พูดจบก็เหลือบมองไปทางห้องด้านใน แล้วกล่าวต่อว่า “ต่อไปนี้ นายท่านผู้เฒ่าก็เก็บเงินไว้กับตัวนะเจ้าคะ จะได้ไม่ต้องคอยมองสีหน้าคนอื่นเวลาที่ต้องการจะทำอะไร”
กล่าวจบชุ่ยเหนียงก็หันหลังเดินจากไป ผู้เฒ่าอวิ๋นในใจรู้สึกอาลัยอาวรณ์และเจ็บปวดใจ แต่ก็ยังคงเดินไปส่งนางที่หน้าประตูห้องโถง ชุ่ยเหนียงกลับไปเก็บข้าวของในห้อง นำห่อสัมภาระเล็กๆ เดินออกมา
ผู้เฒ่าอวิ๋นเดินไปส่งพี่น้องทั้งสองที่หน้าประตูด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ สีหน้าเศร้าหมองของเขาทำให้บรรดาเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันปิดปากหัวเราะ บางคนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็เอ่ยเยาะเย้ย
“โอ้ นั่นไม่ใช่สาวใช้ของผู้เฒ่าอวิ๋นหรือ? นี่จะไปไหนกัน? ทำไมถึงไม่รับใช้ผู้เฒ่าอวิ๋นแล้วเล่า?”
“เจ้าตาบอดหรือหูหนวกเล่า ไม่ได้ยินหรือไงว่าญาติของนาง