“…..”
ผมคิดจะคุกเข่าลง แต่ก็ตัดสินใจไม่ทำ เพราะพื้นมันดูไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
‘เอาล่ะ ฉันพร้อมแล้ว’
หลังจากนั้นไม่นาน แขนของผมเต้นกระตุก และร่างสองตนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พวกเขายืนท่ามกลางความเงียบ จ้องมองผมโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ความเงียบงันเข้าครอบครองพื้นที่จนรู้สึกอึดอัด ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงเริ่มเอ่ยขึ้น
“…การเสียสละได้เกิดขึ้น”
ผมหยุดพลางกุมปากตัวเองในขณะที่พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ท่าทางต้องการแสดงให้เห็นว่าผมพูดออกมาจากใจจริง
“ดวงวิญญาณบริสุทธิ์สองตนต้องมาเจ็บตัวต่อหน้าต่อตาฉัน ความคิดนี้มันตามหลอกหลอนฉันมาตลอดนับตั้งแต่ตอนนั้น และฉันก็นอนแทบไม่หลับเลยเพราะเอาแต่คิดถึงความทุกข์ทรมานทั้งหมดทั้งมวลที่พวกเขาต้องเจอ ถึงฉันจะแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ฉันทำให้อนาคตดีกว่าเดิมได้”
ศีรษะค่อย ๆ เงยขึ้นมองมิเรลล์กับดรีมวอล์กเกอร์ มือไม้สั่นระรัวยิ่งกว่าเก่าขณะลุกขึ้นยืนและมองไปที่มิเรลล์
ผมโน้มตัวลงอย่างอ่อนโยน คลี่รอยยิ้มอันอบอุ่น และยื่นมือออกไปหมายจะลูบศีรษะของเธอ
“ดีใจนะที่เธอปลอดภัย ฉันเป็นห่วงแทบแย่ว่า—”
เพี๊ยะ—!
ผมรู้สึกเจ็บแปลบอย่างแรงบริเวณหลังมือ
จากนั้น สายตาถลึงใส่จนทำเอาผมแทบหนาวสั่น มิเรลล์ขู่ฟ่อออกมา “อย่ามาแตะหนู”
ดรีมวอล์กเกอร์พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ เธอ แขนทั้งสองไขว้เ